งานสัปดาห์หนังสือผ่านพ้นไปแล้ว ปีนี้ซื้อหนังสือได้เป้าพองามค่ะ เพราะตระหนักว่า ซื้อหนังสือไม่ทันอ่าน บางเล่มก็ซื้อมาดองเสียเฉยๆ สะสมชักเยอะเกิน ตราบใดที่ยังเคลียร์ของเก่าไม่ได้ ก็ไม่ค่อยอยากซื้อใหม่แล้ว  อีกอย่างรู้สึกเหมือนตัวเองอ่านหนังสือน้อย หนักไปทางอ่าน website มากกว่า เลยไม่มีเวลาอ่าน Hard Copy

ความเสียหายปีนี้ไม่ทะลุพัน   ก็หักห้ามใจไปเดินงานแค่ 2 วันค่ะ รู้สึกว่าช่วงเวลาจัดงานช่างยาวนานทรมานใจมาก เพราะรู้ว่า เดินมากเสียมาก เดี๋ยวตบะแตก ซื้ออะไรที่ไม่อ่านมาอีก

หนังสือที่ได้มา คราวนี้เน้นนิตยสารแฟชั่นและเดินทางท่องเที่ยวค่ะ ซื้อมาอ่านพอเป็นไอเดีย เปิดกะลากับเขาบ้าง โดยเฉพาะ คราวนี้ซื้อ Cawaii และ Ray มาด้วยล่ะ มันถูกมาก ซื้อมาซะ 5 เล่ม หนังสือแฟชั่นเชื้อสายญี่ปุ่น อ่านแล้วก็พบว่า

-    เป็นหนังสือเจาะกลุ่มเด็กวัยรุ่น 15 – 18 ปี
-    เป็นหนังสือที่ใช้แต่ละหน้าได้อย่างเต็มทรัพยากรสูงสุด ทั้งอัดรูป ตัวหนังสือ เบียดเสียดยัดเหยียดเต็มไปหมด ตั้งแต่ซื้อนิตยสารมา ไม่เคยรู้สึกว่าคุ้มมากขนาดนี้
-    อัดตัวหนังสือเข้าไปเยอะๆ ยังสงสัยว่า ใครจะอ่านออก เพราะตัวเล็กจิ๋ว (เพราะอัดกันเยอะ) พื้นหลังยัง multi colors อีกแน่ะ
-    ถ้าเป้าหมายถือเด็กวัยรุ่นอายุ 15 – 18 ปีจริงๆ เค้าจะมานั่งแกะอ่านกันไหมนี่ ? แต่ไม่เหมาะกับคนสูงวัยอย่างแรง เพราะตัวหนังสือเล็กจัดและเบียดกันแน่น
-    เล่มหนึ่งๆ สามารถอ่านจบได้ภายใน 25 นาที จะว่าสาระมันก็สาระนะ อย่างน้อยก็มีวิธีแต่งหน้า แต่งตัว ดูแลตัวเอง
-    วัยรุ่นญี่ปุ่นแต่งตัวจัดมาก หน้าตาดีๆกันทั้งนั้น แต่พอเห็นแต่ละคน ไม่เกิน ม.6 แล้วก็คิดว่า สาวเกินวัยกันมาก
-    เด็กวัยรุ่นญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับการลดน้ำหนักและดูแลรูปร่างกันมาก
-    เด็ก ม.5 – ม.6 เดทกันซะอย่างกะปั๋วเมีย (ไทยก็ด้วยแหละ)
-    เด็กไทยก็สามารถเนียนแบ๊วได้จนแยกไม่ออกว่าใครญี่ปุ่น ใครไทยได้แล้ว
-    พอจะเข้าใจว่าทำไมคนไทยชอบแฟชั่นเกาหลีมากกว่า เพราะแฟชั่นวัยรุ่นญี่ปุ่น จัดจ้านไม่ค่อยเหมาะกับบ้านเราเท่าไหร่
-    รู้สึกตัวเองแก่หงั่กเมื่ออ่านนิตยสารพวกนี้ แต่คิดว่าปีหน้าคงจะซื้ออีก เพราะ sale เหลือเล่มละ 20 บาทเอง อ่านเปิดกะลาได้ดีนัก 55555......

ส่วนอีก 3 เล่ม ภูมิใจที่ได้ชอปมา

ซิ่งรอบโลกกับเซียนหุ้น  (60.-) มาได้อย่างฟลุคๆ เปิดผ่านๆ น่าสนใจดี เล่าเรื่องการเดินทางและทัศนคติ มุมมองชีวิตของนักเล่นหุ้น พลิกๆดู น่าสนุกดี

สงครามของบุช (BUSH AT WAR) (60.-) เล่าเรื่องรายละเอียดการตัดสินใจการทำสงครามของบุช หลังจากอเมริกาโดนกลุ่มก่อการร้ายโจมตีวันที่ 11 ก.ย. 2001 ชอบหนังสือแนวยุทธการทหาร และการทูต เท่าที่คบกับพวกอเมริกันมา ฉันยังไม่เคยเจอใครชอบบุชเลยสักคน แต่ทำไมได้เป็นประธานาธิบดี 2 สมัยได้ก็ไม่รู้ (^^)”

ใครๆก็ไปเที่ยวญี่ปุ่น (170.-) มีหนังสือนำเที่ยวญี่ปุ่นเยอะแยะ ก็ยังถือว่า ญี่ปุ่นยังเป็นสถานที่ในฝันของการท่องเที่ยวต่างประเทศของคนไทย ฉันเองก็มีความฝันอยากไปญี่ปุ่นกับเขาเหมือนกัน แต่มันติดที่ว่า ฉันไม่อยากเดินทางโดยทัวร์ ไม่อยากนั่งแต่รถบัสท่องเที่ยวโดนคนต้อนขึ้น ต้อนลง อยากสะพายเป้ แล้วเดินเล่นเย็นใจไปเรื่อยๆ  ที่เลือกเล่มนี้ เพราะมันรวมสถานที่ที่อยากไป (โตเกียว นิกโก้ เกียวโต นาระ) และให้ข้อมูลในเชิงข้อเท็จจริงที่ใช้ได้ ให้ความรู้สึกเป็นไกด์บุ๊คมากกว่าเป็นบันทึกการเดินทางของใครสักคน ที่พักหลังๆเห็นหนังสือท่องเที่ยวประเภทนี้เยอะเชียว

นิตยสารท่องเที่ยว เลือกเล่มที่เป็นไฮไลท์เที่ยวอียิปต์ เพราะอยากไปเหมือนกัน ตัดสินใจยากมาก ระหว่างญี่ปุ่นกับอียิปต์ ในวงเงินเท่ากัน แต่ไปอียิปต์คงไปกับทัวร์แหละคะ เพราะมันไม่ปลอดภัยที่ผู้หญิงหน้าหมวยๆจะไปเดินท่อมๆ คนเดียว

ปิดท้ายด้วยมื้อเย็น กินโซบะกับเทมปุระฟักทอง ฝีมือการทอดเทมปุระของเราดีขึ้นแฮะ ฟักทองชุปแป้งเทมปุระทอด อร่อยจัง

 

edit @ 26 Oct 2009 22:39:22 by glinda a.k.a. ~pride~

edit @ 26 Oct 2009 23:01:37 by glinda a.k.a. ~pride~

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ว๊าวววว >,<

อยากไปมั่ง ฮ่าๆ =w=

#1 By Hibari-natsumi on 2009-10-27 08:24

คิดถึงงานสัปดาห์หนังสือจัง เคยไปครั้งนึง ชอบมากๆ big smile

#2 By kmecal on 2009-10-27 15:34

คุณ pride ไปญี่ปุ่นกันเองสนุกดีค่า เล่มนี้เราซื้อมานานแล้ว ได้สาระพอสมควรเลย จริงๆมีอีกหลายเล่มด้วยค่ะ ไปลองอ่านๆดู เห็นเพื่อนว่า ถ้า email ไปถามผู้เขียน เค้าก็จะตอบให้ด้วยค่ะ

เทมปุระฟักทองน่าทานจังค่ะ

#3 By staybeautiful on 2009-10-27 17:59

ลืมแซว Theme ใหม่ งามมากๆ

#4 By staybeautiful on 2009-10-27 18:00

ปีนี้เราอดไปงานสัปดาห์หนังสือเพราะไม่ได้อยู่ใกล้ๆกรุงเทพ แถมติดขึ้นเวรอีก น่าอิจฉาคนได้ไป งื้ออออ

อยาำกไปญี่ปุ่นแบบแบคแพ็คทัวร์เหมือนกันค่ะ แต่ต้องเตรียมตัวเยอะมากๆตอนนี้เลยจัดเป็นโครงการระยะยาว (อย่างน้อยๆก็ 5 ปี sad smile)

#5 By preme on 2009-10-27 23:05