คำเตือน : Entry สาดรูป

เพิ่งกลับจากเชียงใหม่ค่ะ ไปคราวนี้มีวัตถุประสงค์ 2 อย่าง คือ ไปลอยกระทง และไปขึ้นดอยอินทนนท์ กับลอยกระทง ที่ไม่ได้เอากระทงวางลงน้ำมากว่า 6 ปี และกับการขึ้นดอยอินทนนท์ที่ไม่ได้ขึ้นเป็น 10 ปี กลับไป 4 วัน ก็นับว่า ทะลุเป้าทะลวงฟ้า

ตั้งใจไปลอยกระทง แต่ขอรีวิวเล่าประสบการณ์ขึ้นดอยอินทนนท์ดีกว่า เพราะครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ขับรถขึ้นเองค่ะ สร้างความเดือดร้อนกับญาติพี่น้องไม่น้อย เพราะคนเค้าไม่ค่อยเชื่อฝีมือการขับรถเรา และดอยอินทนนท์ สูงสุดยอดในสยามเค้าก็เตือนแล้วว่า “ห้ามคนขับไม่ชำนาญทาง” ขึ้น แต่ในที่สุด ก็ดื้อไปจนได้ค่ะ

ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรถึงบ้าบิ่นขณะนั้น ยอมรับว่า ก็กังวลใจเหมือนกัน แทบไม่อยากทำอะไรที่เป็นลางเลย อย่างพูดว่า “ลาก่อน” อะไรแบบเนียะ!

เหตุที่ปอดกันมาก เพราะ รถฉันเป็นเกียร์ออโต้ อายุอานามก็ปาเข้าไปเกือบๆ 10 ปี ไปสูงสุดก็แค่ดอยสุเทพ กลัวแรงไม่พอ และไม่ได้ไปดอยอินทนนท์เป็น 10 ปี ถือได้ว่า ไม่ชินสภาพถนนอย่างสิ้นเชิง แต่คนเขาว่า การขึ้นเขาไม่ใช่เรื่องยาก แต่การลงเขาต่างหาก เทคนิคไม่ดี ไม่ชินรถ เบรคแตก ครัทซ์พัง กลิ้งโค่โร่ลงกันมาเยอะแล้ว

ในการขับรถขึ้นทางวิบากนั้น สภาพของคนขับรถนับว่าสำคัญที่สุดค่ะ และการไปเที่ยวชมธรรมชาติต้องตื่นแต่เช้าค่ะ แต่...... คืนนั้น Big Cinema ดันเอา Silent Hill มาฉาย แถมดูแล้วดันติดอีก .... ผลคือ กว่าจะหลับได้ก็ปาเข้าไปเกือบตี 3 หนังช่างเป็นมงคลสำหรับคนที่จะขับรถขึ้นดอยสูงที่สุดในประเทศไทยจริงๆ ตรงที่นางเอกกับลูกขับรถไปกัน 2 คน เจออุบัติเหตุไม่รู้ว่าตายหรือข้ามมิติไปก็ไม่รู้ (^^)” เอาเป็นว่า นอนแค่ 3 ชั่วโมงก็ตื่นไปดอยอินทนนท์แล้ว อาหารเช้าก็ไม่ได้กิน เพราะคิดว่าไปหากินเอาข้างหน้า แวะซื้อกาแฟเย็นมอคค่า “ลุงส้ม” เจ้าอร่อยที่ตลาดสามแยกสันทราย-ดอยสะเก็ด ก็เผ่นตรงไปจอมทอง กลายเป็นว่า คิดผิด เพราะพอพ้นเขตแดนศรีวิไลไป ก็พบว่า มีแต่ร้านไก่ย่าง + ส้มตำ หาร้านอาหารอะไรยากมากค่ะ เลยต้องหิ้วท้องไปกินบนดอยเอา ถ้าบนดอยไม่มีอะไร ก็สงสัยคงต้องหิ้วท้องลงมาอีก ช่างเป็นภาพคนขับที่เยี่ยมจริงๆ (ดีกว่าใครบางคนที่ไปแข่งแรลลี่แล้วมีสภาพ hang over, not sleep ….. perfect! อีกน้า ^^:) ไปกัน 2 คนกับพี่สาวค่ะ

ทางเรียบก่อนขึ้นดอย

หลงทางเล็กน้อย แทนที่จะตรงขึ้นดอยกลับหลงเข้าไปในน้ำตกแม่ยะนิดหน่อย พอผ่านด่านขึ้นดอยที่ต้องเสียคนละ 40.- ก็ขึ้นฉลุยเลยค่ะ ช่วงนี้คนไม่เยอะไม่น้อย ขับรถพอสบายค่ะ ฝนตกพรำๆด้วย ตอนแรกก็คุยกับพี่สาวแล้วว่าถ้าฝนตก เราไม่เสี่ยงเอารถขึ้นไปดีกว่า แต่ฝนตกๆ หยุดๆ ผ่านเลยจุดเหมารถขึ้นดอยมาแล้ว ก็เลยต้องเลยตามเลย ขับกันขึ้นต่อไป


สภาพถนนค่อนข้างดีค่ะ แต่ช่วงนี้อยู่ระหว่างซ่อมทาง บางช่วงเลยเหลือให้รถวิ่งแค่ทางเดียว รถของฉันเองก็แรงดีไม่น้อยค่ะ และทางไม่ได้ชันมากนัก อยู่ที่เกียร์ 2 เป็นส่วนใหญ่ เอาแรงรถเข้าว่าค่ะ ถ้าแรงไม่พอ ก็ลงเกียร์ต่ำไปเรื่อยๆ



แป๊บเดียว มาถึงพระธาตุอย่างงงๆ เพราะคิดว่าจะนานกว่านี้ ตอนเห็นยอดพระธาตุแรกๆ ก็ว่าคงต้องขับอ้อมอีกไกลกว่าจะถึง อะไรกัน ผ่านอีกโค้งเดียว ถึงแล้ว!

ลานจอดรถ ถ่ายจากด้านบน

 

หมอกลงจัดมาก อุณหภูมิวัดได้ 15 องศา


ในที่สุดแล้ว การขับรถขึ้นดอยอินทนนท์นี่ ไม่ใช่ของยากค่ะ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะประมาทได้ ระหว่างทางก็จะมีป้ายเตือน ระวังเบรคแตก เป็นระยะๆ ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ระวังยังไง ? (ฮ่า....ขับมานาน) แต่ถ้าเบรคแตก ก็แนะนำว่า อย่าตื่นเต้นตูมตาม ให้พยายามลดเกียร์ลงเกียร์ต่ำ เมื่อความเร็วรถลดลงจนถึงที่สุดแล้วให้ดึงเบรคมือ ซึ่งถ้าความเร็วสูงๆ ดึงเบรกมือทันทีอาจจะทำให้รถเสียหลักปัดหมุนได้ แต่ถ้าเบรกแตกแล้วไม่สามารถช่วยอะไรได้ เขาแนะนำว่า ให้เอาสีข้างเข้าถู เอ่อ... เอาสีข้างรถนะคะ ไม่ได้เล่นสำนวนแต่อย่างใด ยอมเสียรถดีกว่าเสียชีวิต แต่ช่วยระวังคนนั่งด้วย เพราะเพื่อนของฉันคนหนึ่งเสียชีวิตเพราะแฟนเอาสีข้างรถเข้าถูกับต้นไม้นี่ละ (ความจริงรถเสียหลักมากกว่า) ทางที่ดีปฏิบัติตามคำแนะนำของป้าย คือ บอกว่าความเร็ว 40 km/hr ก็ช่วยขับราวๆนั้น ชีวิตจะได้ปลอดภัย

ไฮเดรเยียสีน้ำเงิน กรี๊ดกร๊าดเป็นพิเศษ (^^)

เป็นว่า ขึ้นลงปลอดภัยกลับมาถึงกรุงเทพฯได้ แม้จะมีวิบากกรรมขากลับบ้าง ซึ่งคราวที่แล้วขาไปก็วิบากกรรมมาก คราวนี้นึกว่าจะปลอดโปร่งโล่งสบาย ดันเจอขากลับเข้าอีก เห็นกราฟชีวิตว่า ปีนี้เราไม่ค่อยดี สงสัยจะจริงอ่ะมั้ง ?

Fusia มีเยอะแยะ ผิดหวังที่เขาไม่ปลูก Butter Cup แล้ว (;__;)

ทางขาดก่อนถึงจุดสูงสุดยอดในสยามประมาณ 300 เมตร จะเดินหรือขึ้นรถ 2 แถวคนละ 5.- ก็ได้

กู่เจ้าอินทรวิชัยเยนท์

เส้นทางศึกษาธรรมชาติ อ่างกา ที่บอกว่ายินดีต้อนรับสู่หิมาลัย เพราะเทือกเขาตรงนี้ มันติดต่อกับหิมาลัยค่ะ (เขาว่างั้น)

ข้าวตอกฤาษี ถ้ามาเดือนกุมภาพันธ์จะสวยกว่านี้อีก เพราะมีกุหลาบพันปีด้วย

ดูทางเดินเขียวครึม

แหงนหน้าดูต้นไม้ก็ครึม

ไม่ใช่กล้องมัว แต่หมอกลงจัดเลยค่ะ บางช่วยขับรถมองไม่เห็นข้างหน้าเกิน 5 เมตร

นี่ไงอ่างกา เห็นว่าตั้งชื่อนี้เพราะเมื่อก่อนมีกาลงกินน้ำเยอะ

เหมือนโลกนี้มีแต่เรา เพราะไม่มีใครเดินตามมาเลย แปลกอ่ะ หรือเขารีบไปเที่ยวที่อื่นต่อ ?

รู้สึกเหมือนอยู่ในแดนสนธยา ตัดขาดจากโลกภายนอกทั้งๆที่ติดถนน

ถึงแล้วจุดตั้งศาลเครื่องบินตก นักบินเป็นคุณพ่อของรุ่นพี่ที่เรียนภาษาญี่ปุ่นด้วยกันค่ะ มาหนนี้เลยมาไหว้สวัสดีคุณลุงคนรู้จักด้วยเลย

ขากลับหมอกจาง เลยได้เห็นทางขาดชัดๆอีกที พี่สาวบอกว่าให้ฉันไปตั้งท่าถ่ายรูปใกล้ๆเป็นที่ระลึก .... จะบ้าเร้อ!!! เห็นมะว่้าดินมันอ่อนขนาดไหน เดี๋ยวก็ร่วงลงไปเฝ้าดอยไม่ได้กลับหรอก!

ลงมาแวะตลาดแม้ว ไม่ค่อยมีพืชผักอะไรนัก ถึงมีก็แพงอ่ะ ไว้ไปทางสะเมิงดีกว่า มีผลไม้และผักแปลกๆให้กิน ถูกด้วย

เห็ดโคนป่า ขีดละ 30.- ต้นเบ้อเร่อ แม่มาเห็นในรูปบ่นว่า ทำไมฉันไม่ซื้อมา ?! อ้าว.... ไม่รู้ว่าแม่อยากกินเห็ดโคนนิ ? จะว่าไปก็เสียดาย 

บีทรูท ซื้อมาปั่นกินเป็นน้ำผัก กำละ 10.-

เด็กๆ ชาวดอย เห็นไหม มีเด็กผมทองด้วย!

จากตลาดม้ง เราก็เลี้ยวรถเข้าโครงการหลวงดอยอินทนนท์ เสียตังส์คนละ 20.- ยังเถียงกันไม่เสร็จว่า "รถเข้าได้หรือเปล่า ?" แต่สรุปแล้ว เราก็จอดไว้ข้างนอก เดินเอา..... ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ (แฮ่กๆๆๆๆ....)

กรี๊ดกร๊าดเมื่อเห็นแมกโนเลีย หรือ โมขุเรน คนบ้าการ์ตูน "Please Save My Earth" ย่อมรู้จักดี

กุหลาบพันปี หรือ Azalea สีชมพู บานเต็มไปหมด 

Oh My Dahlia....แต่ทำไมมีแต่สีชมพู ?

ญี่ปุ่นเรียก "สึบากิ" ฝรั่งเรียก "คาเมเลีย" คนไทยไม่ตื่นเต้นเพราะคิดว่า ดอกชบาหรือโบตั๋นละมั้ง ? 

ต้นเมเปิ้ลสีแดง ไม่ต้องไปเมืองนอกก็ชมใบไม้สีแดงได้ เห็นได้ทั่วไปในโครงการหลวงฯ ต้นนี้ทรงพุ่มงามที่สุดแล้ว ส่วนใหญ่จะสูงชะลูด ใบหรอมแหรม.... ต้นที่ปลูกที่บ้านยังเขียวขจี แม่ว่า มีคนมาขอซื้อด้วยน่ะ แต่แม่ไม่ขาย บอกของลูกสาวปลูก ฉันก็แหม....แม่ ขายไปก็ได้ ปลูกไปมันก็เขียวทั้งปี ทำอะไรไม่ได้นอกจากทำเครื่องเรือน .... เอาตังส์ดีกว่า ..... (^^) 

ต้นยูคาลิปตัสแบบใบกลมๆ ข้างโครงการหลวงฯ จะว่าไปอาหารที่นี่อร่อยดีค่ะ คุณภาพสมราคา สะอาด ให้เยอะดี (^^) ผิดหวังแต่สลัด ผักน่าจะอลังการณ์กว่านี้ 

ส่วนเรากับพี่สาวก็เหนื่อยกันมากค่ะ เพราะเดิน 2 ขาทั่วโครงการหลวงฯ เลย ไปดูที่เลี้ยงปลาเทราท์ด้วย แถมยังงกจัด เดินไปจนถึงน้ำตกที่อยู่ข้างๆ เรียกว่า เดินซะคุ้ม ขากลับดันหลงทางเกือบไปโผล่สันกำแพงซะอีก 

ส่วนวันลอยกระทง เข้าไปลอยในตัวเมืองเชียงใหม่ค่ะ ท้องฟ้าเต็มไปด้วยโคมลอยที่ขึ้นเป็นระยะ คนเดินว่อนเต็มถนน เต็มเมือง แต่ดันไม่ปิดถนน เราเอารถไปติดแหง็กอยู่ในเมือง กว่าจะออกมาได้ เกือบ 4 ทุ่ม เข็ดจริงๆ คือ เที่ยวก็ไม่ได้เที่ยว ติดอยู่ในรถตัวเอง จะปิดถนนก็น่าจะปิดไปเลย ไม่ใช่ไม่ห้ามรถเข้า แต่เข้าไปแล้วติดหนึบอยู่ข้างในจะออกก็ออกลำบาก เฮ้อ.... แต่โดยรวมก็สนุกดีค่ะ

รูปลอยกระทงเอามาแปะทีหลังละกัน up blog เหนื่อยแล้ว ค่อยมาอีดิททีหลังจ้า

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

คุณ pride รู้จักดอกไม้เยอะจังเลย
(ออกแนวดอกไม้ในการ์ตูน 555)open-mounthed smile

#1 By kisara yui on 2009-11-06 21:02

ชอบบล็อก คุณPride มีดอกไม้สวยๆให้ชมเยอะแยะเลย ชอบทางเดินที่มีมอสขึ้นจังเลยค่ะ สวยมากๆ big smile

ถนนขาดได้น่ากลัวมาก Silent Hill สุดๆ
เก่งจังเลยค่ะ ขับรถขึ้นดอยอินทนนท์เองด้วย ^w^b

#2 By kmecal on 2009-11-06 22:42

เคยนั่งรถสองแถวสีแดงขึ้นดอยสุเทพ...เมารถเห็นดาวไปเร้ยยยยยยย

แต่โชคดีได้นั่งรถตู้ขึ้นดอยอินทนนท์...เราดันทุรังเข้าไปในเส้นทางศึกษาธรรมชาติด้วยแน่ะ แต่ตอนเราไปฝนตกนิสนุง หมอกจัดทีเดียว

แต่พอได้เห็นดอกไม้...ก็หายเป็นปลิดทิ้งอ่ะค่ะ

#3 By volutecello on 2009-11-07 10:36

ไปเชียงใหม่เคยไปแค่ดอยสุเทพเองค่ะ

เคยขับรถจากกทม.ไปปราสาทหินพนมรุ้ง ออกตีสี่ เพื่อนๆในรถหลับหมด ไปเช้าที่ปราสาท ก็สนุกดีค่ะ แต่ไม่ค่อยชอบขับเองไกลๆเท่าไหร่นัก เมื่อย เห็นเพื่อนๆหลับอยากจะหลับมั่ง

#4 By staybeautiful on 2009-11-07 14:41

เป็นวันหยุดที่สดชื่นมากเลยคะ ไม่ได้ไปนานแล้วคะดอยอินฯคงชาร์ตพลังมาสู้งานเต็มที่เลยนะคะ

#5 By pigton on 2009-11-07 22:24