ชมทิวลิปที่เชียงราย แล้วเลยไปแม่สาย
posted on 04 Jan 2010 17:25 by glinda in Talk
งานดอกไม้งาม ณ เชียงราย (ชื่องานมันแบบนี้หรือเปล่าก็ไม่รู้ ลืมแล้ว
)
หลังจากเอารถไปเชคเบรกตั้งเบรกใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว วันรุ่งขึ้น 7 โมงเช้าล้อรถก็หมุนออกจากเชียงใหม่เลย จุดมุ่งหมายคือเทศบาลเมืองเชียงรายสถานที่จัดงานดอกไม้งาม เป้าหมายจริงๆ คือ อยากไปชมดอกทิวลิปค่ะ ขึ้นชื่อว่าเยอะที่สุด อู้ฟู่ที่สุดในบรรดางานแสดงดอกทิวลิปในประเทศไทย ความจริงปีนี้เชียงใหม่และอีกหลายๆที่ที่สามารถปลูกดอกไม้เมืองหนาวได้ ก็เริ่มฮึดสู้กันขึ้นมาแล้วเหมือนกัน อย่างที่เชียงใหม่ ปีนี้ก็มีงานแสดงดอกทิวลิปที่แถวๆหน้าสนามกีฬา 700 ปี ข้างสถานที่จัดงานฤดูหนาว

ที่เชียงใหม่ งานเล็กไปหน่อย แต่โดยรวมดอกไม้ก็สวยดี ทิวลิปน้อยไป แต่คนเยอะมาก และตั้งหน้าตั้งตาถ่ายรูปกันทั้งนั้น จึงเกิดการจารจรติดขัดใน Greenhouse และบางทีเลยเถิดไปถึงขั้นพยายามแหวกเข้าไปถ่ายรูปให้หน้าแนบชิดดอกไม้ให้ได้มากที่สุด ทำให้ดอกไม้เฉา ก้านหักได้ ..... ซึ่งฉันดูแล้วก็รำคาญแหละ ก็มีคนเชียร์ให้ฉันถ่ายรูปแบบนั้น ฟังแล้วฉันก็เลยแว๊ดว่า “ไม่ใช่หนอนนะ จะได้มีหน้าโผล่ออกมากลางดอกไม้!” สงสัยพูดดังไปหน่อย คนที่กำลังถ่ายๆรูปกันอยู่หันมามองเลย หึ!

ที่เห็นโปรโมตที่เชียงใหม่อีกงานหนึ่งก็คือ งานทิวลิปบานที่อำเภอไชยปราการ ข่าวว่าปีนี้จะมีดอกทิวลิปถึง 20000 กว่าดอก และจะให้ขับรถเข้าไปชมในบริเวณงาน เพราะจะกว้างเป็นไร่ๆเลย เพราะเป็นสถานที่ปลูกดอกทิวลิปจริงๆ ไม่ใช่ปลูกแล้วขนมาจัดให้แน่นๆอีกที ก็ไม่ได้ไปนะคะ เพราะงานจัด 30 ธ.ค. 52 – 4 ม.ค. 53 ซึ่งเป็นช่วงนักท่องเที่ยวหนาแน่นแล้ว ไม่อยากไปเบียดคน ไว้ปีหน้า อืมม์... ปีนี้สิ ถ้าฮึดพอ อาจจะไปดูสักที ระยะจัดงานสั้นไปหน่อยนะ
นาซิสซัส ดอกไม้ที่ใครๆก็บอกว่า เป็นพวกหลงตัวเอง
งานที่หน้าสนามกีฬา 700 ปีในมุมกว้างบ้าง
เชียงรายไกลกว่าที่คิดค่ะ เพราะทางคดเคี้ยวมาก กว่าจะถึงตัวเทศบาลเมืองก็ไกลโขอยู่ ออกจากบ้าน 7 โมงเช้า ถึงเทศบาลเชียงรายก็ 10 โมงเช้ากว่าๆ บ้านบอกทางไปงานสับสนมากค่ะ นั่งรถไปช่วยกันดูทางไป ยังด่ากันขรมเลย มีหนหนึ่งตามป้ายไป ปรากฏว่าให้เลี้ยวรถเป็นวงกลมรอวงเวียนซะงั้น สุดท้ายแล้วตามป้ายไปโผล่ท่าเรือค่ะ มีไปชมงานทางเรือด้วย นอกจากฝรั่งแล้ว ก็มีแต่กลุ่มฉันนี่แหละที่เป็นคนไทย ค่าเรือไปกลับ 60 บาท/คน วันที่ไปวันที่ 29 ธ.ค. มีแต่เด็กนักเรียนเต็มไปหมด ตั้งแต่อนุบาลไปถึงมัธยมปลาย ไม่รู้เป็นวิธีสร้างความคึกคักให้กับงานหรือเปล่า ? อากาศค่อนข้างร้อน ฝุ่นเยอะ และที่สำคัญ ไม่มีม้านั่งให้นั่งพักเลยค่ะ เลยต้องเดินแบบม้วนเดียวจบแล้วไปที่อื่นต่อเลย ถามพวกคนขับเรือ เขาว่าคนไม่ค่อยเยอะค่ะ แต่คิดว่าคงไปหนาแน่นช่วงวันหยุดมากกว่า
ถึงแล้ว มีดอกทิวลิปและสาวงามคอยต้อนรับ
ชมกันให้เต็มที่เลย
ด้านตรงข้ามก็เป็นดอกกล้วยไม้กอใหญ่
แต่นาทีนี้ทิวลิปเท่านั้นคือนางเอก
เห็นสีส้มเยอะแฮะ พันธุ์ยอดฮิต ?
เห็นชมพูและเหลืองเป็นส่วนน้อย
นางรองของงานคือ ลิลลี่ หลากหลายพันธุ์จริงๆ หอมฟุ้งไปหมด
เทียนฝรั่งสีส้มแดงปูตามทางเดิน
อะซาเลียสีชมพูจัด ไกลๆจำไม่ได้แล้วว่าดอกอะไร
อะลิซั่ม ชอบเป็นการส่วนตัวค่ะ แหะๆๆๆ ชอบดอกไม้จิ๋วๆ คลุมดินแบบนี้
ไซคลาเมตมีทุกสีเลยล่ะ
ร่ำลาทิวลิปดำก่อนออกจากงาน
จบจากชมดอกทิวลิป ก็ไปแม่สายเพื่อชอปปิ้ง เสียรู้ญาติค่ะ ที่ไปด้วยเพราะอยากไปช้อปปิ้งนั่นเอง คนไทยเราช้อปปิ้งอยู่ในสายเลือด จะข้ามแดนแม่สายต้องไปทำหนังสือผ่านแดนที่ว่าการอำเภอแม่สายก่อนนะคะ ไม่มีบริการหน้าด่าน การขับรถที่แม่สายอันตรายมากค่ะ เพราะรถนึกอยากจะออกก็ออก เข้าก็เข้า ปาดซ้ายป่ายขวา แก่งแย่งชิงพื้นที่จอดรถแบบไม่ต้องถามหาน้ำใจกันเลย ตั้งใจว่าจะไปกินขนมจีนน้ำเงี้ยวร้านต้นตำรับ วันที่ไปดันไม่ขายซะงั้น เนื่องจากมันบ่ายคล้อยมาก เลยกินที่ร้านหน้าที่จอดรถ (ค่าจอด 40.- จอดได้ทั้งวัน) ขนมถ้วยและสเต๊กอร่อยมากค่ะ อาหารราคาจานละ 30.- สงสัยเป็นราคามาตรฐานของที่นี่ ค่าครองชีพสูงกว่ากทม.แล้วนะนี่
กินแล้วข้ามไปแม่สายค่ะ ฝั่งไทยแทบจะไม่เหลืออะไรให้ซื้อนอกจากพวกผลไม้(จากเมืองจีน) และถั่วปากอ้า นอกนั้นก็ขอพื้นๆ ตามตลาดนัดทั่วไป ถ้าไปฝั่งพม่า ก็อุดมไปด้วยเสื้อผ้า กระเป๋า ซีดีและมือถือ ก๊อป จากนั้นก็ตัวใครตัวมัน เสื้อผ้าฉันไม่สนค่ะ เพราะจับดูเนื้อผ้าไม่ค่อยดีและราคาไม่สมกับคุณภาพ งานก๊อปหยาบ ยิ่งกระเป๋าได้รับเตือนมาว่าคุณภาพแย่มากๆ ก็เลยไม่สนใจเลย แต่ดันไปสนใจซีดีก๊อป เยอะแยะมากมายและราคาถูกจริงๆ แผ่นละ 10 – 35.- แล้วแต่แพคเกจ คนที่ชอบดูซีรีสย์เกาหลี ญี่ปุ่นและไทย ที่นี่คือสวรรค์ชัดๆ แต่ก็ต้องเสี่ยงดวงล่ะค่ะว่าจะได้แผ่นเปล่าหรือเปล่า ?
ส่วนตัวฉันก็มองหา CD J-rock ค่ะ แหะๆๆๆๆ............. อ่า..... ไม่ส่งเสริมให้ซื้อนะคะ เพราะเรารู้ว่าศิลปินเราทำงานด้วยความเหนื่อยยาก แต่ขอแค่แอบแง้มดูหน่อยๆละกัน ในฐานะแฟน X Japan ไม่รู้จะภูมิใจดีหรือเปล่าว่า พบ CD pirate ของ X Japan เยอะที่สุดในบรรดาพวกที่มาจากเกาะญี่ปุ่น ทุกร้านต้องมีค่ะ อย่างน้อยก็ต้องมี Dahlia Tour และ Last Live เป็นของสามัญประจำร้าน และสำหรับร้านที่ขายเน้นพวกคอนฯโดยเฉพาะจะมี X Japan ทุกชุด แม้กระทั่งชุดที่ชายโยไม่ได้ Release
อย่างเช่น คอนฯ X Japan Live in Hong Kong แม่จ้าวว~~~ Package งดงามมาก จนเกิดเผลอคิดว่าเป็น Official Release แล้วนะนี่ แต่ที่แปลกใจเล็กน้อยคือ CD Pirate X Japan ขายจะทำ Package งดงามมากค่ะ เกือบเคลิ้มว่าเป็น Taiwan / Hong Kong Release (หรืออาจจะเป็นจริงๆ อย่าง Return ทั้งชุดกล่องงดงาม ชุดละ 650.-!) แต่สะดุดใจราคาที่ถูกบัดซบ แต่แพงกว่าแผ่นก๊อปทั่วไป คือชาวบ้านเขาแผ่นละ 35.- ก็หรูแล้ว แต่ X Japan แผ่นละ 100.- ต้นทุนคงมาสูงกว่าชาวบ้านเขาเนอะ สงสัยจังเลยว่าแผ่นพวกนี้มันปั๊มกันมาจากไหน ?! ยิ่งพวก Package อย่างงามคาดว่าน่าจะมาจากเมืองจีน เมืองหลวงแห่งของก๊อป เมื่อมี Demand มันก็ย่อมต้องมี Supply ก็แสดงว่ามีคนซื้อแม้ราคาจะสูงกว่าชาวบ้านเขา เห็นกับตาว่ามีคนซื้อจริงๆค่ะ จะเป็นกลุ่มคนที่ตั้งใจไปซื้อ CD เพลงโดยเฉพาะ เพราะฉะนั้น การที่จะเอายอดขาดแผ่น CD ไปวัดความนิยมของคน ฉันว่ามันใช้ไม่ได้แล้วนะในสมัยนี้ วงนี้อาจจะคนชอบเยอะแต่ดันไปอุดหนุนแผ่นผี เพราะฉะนั้นเอาตรรกะตื้นของฉันเข้าว่า X Japan แฟนเยอะมาก~~~ แต่ไม่สามารถวัดออกมาเป็นตัวเลขที่แน่นอนได้ และที่แน่ๆ คนกลุ่มที่ซ่อนตัวอยู่นี่ขี้เหนียว
พวกเพลงจากญี่ปุ่น ก็จะเน้นพวกไอดอลที่เฮๆในบ้านเรา ยึดกระแสบ้านเราเป็นหลัก คือหนักไปทางฝั่งป๊อบ ทาง J-rock ที่พอจะเห็น ก็มี L’arc-en-ciel และ B’z ซึ่งมีขายแค่ร้านเดียว เอาเป็นว่า ฉันสอยคอนฯ Laruku มาดูก็แล้วกันค่ะ 
ทางอนิเม ก็เกาะกระแสบ้านเรา Dragon Ball, Naruto, One Piece, Saint Seiya ก็เยอะอยู่ คิดจะสอย Code Gegeass มาดูเหมือนกัน เพราะจบทั้งชุดแค่ 117.- มาดูว่าทำไมถึงดังนัก แต่มาคิดดูอีกที ระยะหลังฉันไม่ค่อยปลื้มกับเนื้อเรื่องสไตล์ Clamp นัก เกรงว่าตัวเองจะทนดูไม่จบเสียของเปล่าๆ กลายเป็นว่า โกยแต่พวก CD คอนฯมาละกัน จะว่าไปแล้ว มันเป็นอะไรที่ยั่วใจให้ซื้อมากค่ะ มีเงินเท่าไหร่ก็อาจจะหมดได้ เพราะว่ามันถูก เราเลยไม่ยั้งคิดทั้งๆที่เขาก็เตือนๆกันแล้วว่า โอกาสเจอแผ่นเปล่าหรือแผ่นเสียเยอะมาก กลับไปเปลี่ยนไม่ได้ด้วย ไม่คุ้มค่ารถ ตลอดเวลาที่อยู่ในร้าน CD จะได้ยินคนโทรคุยกันตลอดแบบว่า “เรื่องนี้เอาไหม ? เรื่องนั้นดูละยัง ? เอาป่าว ?ๆๆๆๆ”
อีกอย่างหนึ่งที่อยากซื้อ คือ กุ้งแม่น้ำพม่าค่ะ ตัวใหญ่มากๆๆๆๆ ใหญ่กว่าแขนฉันอีก เห็นแต่ที่เขาแบกกล่องโฟมขาย คิดว่าพอซื้อของเสร็จจะกลับ จะซื้อละกัน เพราะคงไม่ดูดีนักที่จะแบกกุ้งสดๆ เดินลุยตลาดที่คนเยอะเบียดเสียดร้อนๆ แบบนี้ แต่พอซื้อของเสร็จไม่เจอคนแบกกุ้งซะแล้ว มีคนแนะนำว่า อยากซื้อกุ้ง ไปซื้อที่ฟาร์มเลยดีกว่า เพราะสดกว่า แต่ว่าเราไม่มีเวลาเยอะขนาดนั้นหรอกค่ะ เพราะนี่ก็ปาเข้าไปสี่โมงเย็นแล้ว ขืนไปฟาร์มกุ้งคงกลับถึงบ้านสี่ทุ่มแน่ๆ ขับรถบนดอยมืดๆไม่ค่อยดีสำหรับฉันด้วย แต่ถึงอย่างนั้นก็ถึงบ้านเกือบ 3 ทุ่มค่ะ เพราะญาติๆช้อปปิ้งไม่สนเวลากันจริงๆ แถมกลับค่ำก็หิวกันอีก ต้องแวะซื้อของกิน สรุปแล้วแวะไปเรื่อยๆ มืดค่ำพอดี
เนื่องจากเราแยกย้ายกันช้อปฯ แล้วนัดมาเจอกันที่รถ คุณแม่เดินไม่มาก ไม่ข้ามฝั่งมานั่งรถที่รถก่อนนานมากเลยค่ะ เลยได้คุยกับพวกแม่ค้าพ่อค้าแถวนั้น คุณแม่บอกว่า ช่วงนี้สินค้าจะแพงกว่าปกติค่ะ เพราะเป็นช่วงท่องเที่ยว ถ้ามาไม่ใช่ช่วงท่วงเที่ยวแบบนี้จะได้ของดีและถูกกว่านี้เยอะมากค่ะ ฟังแล้วก็เซ็งเนอะ
ก่อนออกจากเชียงราย แวะวัดร่องขุ่น ไม่เจออาจารย์เฉลิมชัย วัดสวยมากค่ะ แม้จะรู้สึกว่ามันช่างดูแปลกแยกจากสิ่งแวดล้อมเหลือเกิน

ระหว่างทางที่กลับเชียงใหม่ รถค่อนข้างเยอะ ฉันว่าฉันขับเร็วแล้วนะ เหยียบประมาณ 90 กม./ชม. แต่ยังมีรถแซงฉิวๆ แสดงว่าพวกเขาต้องขับเป็น 100 กม./ชม. โอ้โห~~~ ดริฟท์ขึ้นลงเขากันหรืออย่างไร ?! ทางโค้งเยอะมากค่ะ ญาติฉันถึงกับอ้วกเลย แหม.... คนขับเสีย self ว่าตัวเองขับรถดีแล้วน้า~~~
ถึงเชียงใหม่โดยสวัสดิภาพ ไปเชียงรายทีไร ตอนที่พ้นเขตดอยเข้าเขตเชียงใหม่แล้วเห็นถนนเรียบๆ โล่งๆนี่ดีใจทุกทีเลยสิน่า ขับรถเมื่อยมากค่ะ เหมาขับคนเดียวเลย เพราะไม่กล้าให้คนอื่นขับกลัวเขาไม่ชินรถเรา เพิ่งมีปัญหาเรื่องเบรกอยู่ด้วย เบรคตั้งใหม่เสียงดังมากค่ะ เหยียบเบาๆก็ดังเอี๊ยดๆแล้ว ไม่รู้รถคันอื่นเขาจะตกใจหรือเปล่า ?
ปวดเมื่อยเนื้อตัวไป 2 – 3 วัน


แต่นับว่ายังดวงแข็งที่ไม่เป็นเอาตอนอยู่บนดอย ไม่รู้ว่าใช้โชคหมดไปตั้งแต่ปลายปีที่แล้วด้วยเรื่องนี้หรือเปล่า ?!