ff7

เป็นนิสัยว่า วันหยุดจะอ่านหนังสือ  ไม่ได้ไปเที่ยวไหนมาหลายปีแล้ว อาศัยทำงานไปเที่ยวไปแหละค่ะ วันหยุดยาวทั้งที นอนอ่านหนังสือจะมีความสุขที่สุด (แต่บางทีก็อ่านมากจนเสียมนุษยสัมพันธ์ไปเลย)

กีฏจารย์กับอาถรรพณ์แมลงพิศดาร

เรื่องของเหล่าผู้ศึกษาโลกของแมลงพิศวงที่ตาของมนุษย์ธรรมดาไม่อาจจะมองเห็นได้
เห็นทีแรกนึกว่า “การ์ตูนแนววิทยาศาสตร์” แต่ความจริงแล้วมันคือการ์ตูนแนวไสยศาสตร์ที่พยายามจะเป็นวิทยาศาสตร์ (^^)” เอาเถอะค่ะ นั่นไม่ใช่สาระสำคัญ ที่สำคัญคือ การ์ตูนเรื่องนี้พาเราท่องไปในโลกอันน่าพิศวง ผ่านสิ่งแวดล้อมที่ลึกลับ และค้นเข้าไปในจิตใจอันซับซ้อนของมนุษย์  ผ่านบุคคลที่คิงโกะกีฎอาจารย์ไปไปพบเจอและแก้ปัญหาได้


ข้อดี ของการ์ตูนเรื่องนี้คือ ปกสวย ดึงดูดในในสไตล์สีน้ำแท้ๆ ให้ความรู้สึกลึกลับ และภาพลายเส้นง่ายๆ มืดๆ ทึมๆ เข้ากับเนื้อเรื่อง ด้วยความเป็นเรื่องสั้นหลายๆตอนจบ ทำให้อ่านง่าย ได้ข้อคิดพิจารณาเกี่ยวกับชีวิตมนุษย์หลายแง่มุม


ข้อเสียคือ บางเรื่องพยายามจะเป็นวิทยาศาสตร์มากเกินไป ทั้งๆที่เห็นอยู่ว่ามันฟังไม่ขึ้น และผู้หญิงกับผู้ชาย วาดแล้วดูแยกได้ลำบากมาก คือวาดผู้หญิงเรียบง่ายไปหน่อย (^^)

ตุลาการทมิฬ
In-Wan Youn and artist Kyung-Il Yang, serialized in Sunday GX which is published by Shogakukan

เหวิ่นซิ่ว ชายหนุ่มผู้ถืออำนาจของตุลาการ มาไฮ่ จากอาณาจักรจูชินที่ล่มสลาย เข้าปราบคนพาลอภิบาลคนดี เป็นความหวังของปวงประชาผู้ถูกกดขี่

เริ่มเรื่องอย่างการ์ตูนแนวฮีโร่(คุ้นๆเหมือนเคยเห็น anime version ญี่ปุ่น) ด้วยโลกแบบแฟนตาซีผสมยุคโบราณโคเรียอย่างลงตัว คาแรคเตอร์ดีไซน์ เสื้อผ้า หน้าผม ลงตัวไปหมด แม้เรื่องจะเริ่มแบบธรรมดา แต่จะพาเราไปสู่นิทานพื้นบ้านเกาหลีแบบประยุกต์ (แต่ฉันก็ไม่เคยอ่าน Author note ว่าเรื่อง original เป็นอย่างไร ตัวหนังสือเล็ก เบียดกันมาก และพื้นหลังกวนตา -__-“) และเนื้อหาที่เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ จนต้องติดตามหา Scanlation มาอ่านต่อจากเล่ม 14 (^^) ในฐานะที่เป็นผู้หญิง ก็ชอบที่เหวิ่นซิ่วพระเอกของเรื่องที่ Service บ่อยๆ ตอนนี้ถ้านึกถึงตุลาการทมิฬก็จะนึกถึง

ตูดของเหวิ่นซิ่ว

ชุดสุดสะท้านของซันเตา ที่ช่างรวบรัด มิดชิด ไม่ว่าจะเคลื่อนไหวท่วงท่าใด ตีลังกากี่ตลบ เธอไม่เคยนมหก (^^)

เด็กโคเรียนที่หน้าตาตอนเด็กๆ คล้ายกันไปหมด

มัมมี่หัวเถิก หยวนซู่

ปีศาจแอ๊บแบ๊ว หวอจื๊อไท่

การแพทย์โคเรียนช่างโหดร้ายทารุณ ไม่เห็นเหมือนอย่างที่ท่านหมอหญิงแดจังกึมบอกเลย (อันนี้ล้อเล่น)

สาวสวยมักบอบบาง ยิ่งเรื่องแนวบู๊เลือดสาดเป็นหลัก หายากที่นางเอกจะเป็นประเภทโดดเตะปากพระเอก

ความจริงก็ไม่ค่อยชอบสไตล์เดินเรื่องแบบย้อนอดีตล่อไป 3 – 4 เล่ม แต่พอให้อภัยว่ามันช่วงท้ายของเรื่องแล้ว ที่ญี่ปุ่นก็น่าจะจบไปนานแล้ว ฉันเองเมื่อก่อนก็โหลด Scan มาอ่านแบบไม่คิดอะไร นานมาแล้ว แม้ตอนนี้จะจำไม่ค่อยได้ แต่ก็พอจำได้ลางๆว่าเกิดอะไรขึ้นในตอนจบบ้าง ตอนนี้ความสนุกในการอ่านคือ เนื้อหาเป็นยังไงจนถึงจุดจบนั้น

พอมาได้อ่านจริงๆแล้ว หยิบโดจิน “ตุลาการทมิฬ” มาอ่านแล้วก็เข้าใจมากขึ้น ก็เข้าใจว่า เหวิ่นซิ่วยิ่งวาดยิ่งเคะแตก (เอาเล่ม 1 มาเทียบเล่ม 14 ราวกับฟ้าและเหว) และค่อนข้างจะป้อแป้แต่ซันเตาผู้คุ้มครองก็ป้อแป้พอกัน (^^)”

ยิ่งวาด พระเอกเหวิ่นซิ่วยิ่งเคะอย่างกู่ไม่กลับ ดู๊!!!

การ์ตูนลายเส้นสวย เนื้อเรื่องดี ถ้าการ์ตูนเกาหลีเป็นแบบนี้มากๆ ก็ดีน่ะสิ ก็เคย load มาอ่านหลายเรื่องจาก Korea Scanlation Group เส้นสวยใช้ได้ แต่เนื้อเรื่องอ่านแล้วกลุ้ม

ปล. เมื่อก่อนฉันนึกว่า “ตุลาการทมิฬ” คือการ์ตูนแนวไซไฟแอคชั่นแฟนตาซีที่ไล่ล่ากันด้วยยานรบอวกาศ จนเมื่อมาอ่านต้นปี 51 นี่แหละ ถึงรู้ว่า มันไม่ใช่ (^^)” เหตุที่เข้าใจผิดพลาดไปหลายปีแสงเยี่ยงนี้เพราะไปสับสนกับ “ล่าตุลาแดง” (The Hunt of the Red October) หนังแอคชั่นสุดเขี้ยว ยุทธนาวีทางทะเล การไล่ล่าเรือดำน้ำรัซเซียในยุคสงครามเย็น …. เฮ้อ....

Q.E.D. ซึ่งต้องพิสูจน์
โมโตฮิโร่ คาโต้


เด็กหนุ่มอัจฉริยะโทมะ จบการศึกษาจากสถาบันระดับหัวกะทิจากอเมริกา แต่กลับมาใช้ชีวิตเป็นนักเรียนม.ปลายอีกครั้ง พร้อมแก้ไขปริศนาคดีต่างๆอย่างชาญฉลาด

การ์ตูนลายเส้นไม่งามเนี๊ยบ แต่สะอาดตา แถมเนื้อหาแปลกใหม่ในบรรดาการ์ตูนแนวสืบสวนสอบสวน คดีไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่ แค้นกันจนน้ำตาเป็นเลือด หรือคนตายทุกตอน แต่บางทีก็เป็นคดีเล็กๆ เช่น ของหาย แกล้งกัน ฯลฯ เท่านั้น ที่สำคัญแทรกความรู้ทางด้านคณิตศาสตร์ได้อย่างพอดี
ความประทับใจ ตอนที่โทมะคุยกับเพื่อนเกี่ยวกับเรื่องคอมพิวเตอร์
“ถ้ามนุษย์เราทำกระเป๋าสตางค์หายระหว่างเดินเล่นชายหาด มนุษย์จะหากระเป๋าสตางค์โดยการเดินย้อนกลับไปมองหาทุกแห่งที่ตนเดินมาผ่านมา แต่คอมพิวเตอร์นั้น จะใช้รถตักทรายทั้งหมดที่มี ตักทรายเพื่อค้นหากระเป๋าสตางค์ทั้งชายหาด”
“นั่นหมายความว่า มนุษย์เราแก้ปัญหาจากประสบการณ์ ในขณะที่คอมพิวเตอร์จะแก้ปัญหาแบบทุ่มเทศักยภาพทั้งหมดที่มี”

ฉันมองเห็นกระบวนการทางความคิดของมนุษย์ได้อย่างชัดแจ๋วจากคำอธิบายง่ายๆจากการ์ตูนเรื่องนี้

และที่แหวกจรรยาบรรณนักสืบคือ สร้างหลักฐานเท็จเพื่อเค้นคนร้ายสารภาพได้ด้วย (+__+) อ้อ.... Character หลายๆตัว หน้าเหมือนกันไปหมด

โคนัน

เหมือนเดิม ท่าทางอ.เกนโซจะหากินกับโคนันไปอีกนาน และยังพอมีพวกองค์กรชุดดำชื่อเป็นสุราโผล่มาเพื่อ “อย่าลืมเค้าน้า” ไม่ใช่สิ เพื่อไม่ให้โคนันตระหนักว่าชีวิตไม่ได้สนุกสนานเช่นเด็กประถมทั่วไป (มันน่าจะโต knock รอบอายุเดิมไปแล้วนา....)

Reborn

เล่ม 8 สนุกขึ้นกว่าเล่ม 7 ..............

เผ่าหายนะ (Alive)

เรื่องของมนษย์ต่างดาวบุกโลก อาศัยอยู่ในจิตใจมนุษย์ทำให้เกิดเหตุการณ์มนุษย์ฆ่าตัวตายอย่างมากมาย ผู้ที่รอด กลายเป็นผู้มีพลังพิเศษ ไทสุเกะและฮิโรเสะเด็กหนุ่มจากเด็กหนุ่มธรรมดากลายเป็นผู้มีพลังวิเศษ แต่หนทางเลือกที่จะก้าวเดินของคนทั้ง 2 กลับแตกต่างกันยิ่งนัก

เอามาอ่านแบบไม่คาดหวัง เพราะเห็นปกลงสีสวย และลายเส้นคล้ายเรื่อง “Brother” แต่เนื้อเรื่องกลับสนุกดีเกินคาด Character แต่ละคนก็น่าสนใจ เนื้อเรื่องเหมือนกดดัน แต่ไม่กดดันมาก ยิ่งวาดยิ่งสวย ชอบลายเส้นแบบนี้ เหมือนอ.โอบาตะตอนวาด Hikaru no Ko (^__^) แม้เนื้อเรื่องจะโหล....  แนวเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด จากเพื่อนรัก 1 หญิง 2 ชาย มาเป็นรักสามเส้าในวัยเติบใหญ่ พระเอกดีจนซื่อบื้อ  นางเอกเหมือนตัวประกอบระหว่างมิตรภาพลูกผู้ชาย ตัวร้ายทำไมต้องผมขาว ? (^^) แต่ที่ทำให้เรื่องมันดูดีขึ้นมาได้ คงเพราะบุคลิกภาพที่ดีจนซื่อเกือบโง่ของพระเอก และความเซี้ยวเหล่าเพื่อนๆของพระเอกนั่นเองค่ะ โดยเฉพาะสาวโหดแสนสวยนามิ และน้องยูตะที่เปล่งพลังโชตะแรงกล้าฉันเกือบเสียสติเพราะโรคโซตะคอนกำเริบ (^^)   2 คนทำให้เรื่องไม่น่าเบื่อค่ะ นามินี่ สเปคฉันเลย ขาสวย หุ่นสวย เก่ง เท่ โดดเตะปากพระเอกหลายทีแล้ว ชอบตอนนามิเตะ ขาสวยดี (^^)  ส่วนยูตะ ป้อแป้ไปนิด ลุ้นกลัวจะตายหลายรอบ อ่านเรื่องนี้ได้ลุ้นยูตะนี่แหละ จะตายป่าวว๊า..... ถ้ายูตะตายมีเคือง ..... (ท่าทางน้องเค้าเรตติ้งดี คนเขียนเลยไม่ให้ตายง่ายๆ ^^”)

เรื่องนี้ออร่า Y แรงใช่ย่อย โดยไทสุเกะกับฮิโรเสะ แต่ฉันกลับไม่ชอบฮิโรเสะแฮะ ....(แม้มันจะเคะมาก) กลับไปชอบน้องยูตะมากกว่า แต่ โนว์..... ฉันไม่นิยมจิ้น Y กับเด็กอายุต่ำกว่า 14 .... ยูตะอายุแค่ 10 ขวบเอง! แม้ว่าฉากยูตะแกล้งไทสุเกะจะดูแล้วน้ำลายหกก็เหอะ  โอ.... ปีศาจน้อยยูตะน่าร้ากกกก

ป.ล. การ์ตูนเรื่องนี้ให้บรรยากาศคล้ายงานของ อ.ชิโนฮาร่า ชิเอะ งานไสยศาสตร์อิงวิทยาศาสตร์ กลิ่นอายของมิตรภาพ ความรัก ความแค้นและความสิ้นหวังในโลกสามัญ.....

ปล. รอนคุง เจ้าหนูสไลม์ก็น่าร้ากกกกก..... (อ่านเรื่องนี้แล้วโรคโชตะคอนกำเริบจริงๆ)

คุโรซากิ บริษัทรับขนส่งศพ ไม่จำกัด

คุโรซากิเด็กหนุ่มจากมหาวิทยาลัยทางศาสนาและผองเพื่อน นำความสามารถพิเศษเหนือธรรมชาติของตัวเอง สร้างงานรับบริการคำร้องขอจากศพ

การ์ตูนลายเส้นจริงใจ สะอาด คมชัด ไม่ถมสกรีนโทน ไม่ได้สวยหยดมาก แต่หลอนๆแนวเข้ากับเนื้อหาเรื่อง การ์ตูนแนวผีๆ ทริลเลอร์ ตีแผ่ชีวิตในอีกมุมหนึ่งของมนุษย์ ทั้งวิปลาส บ้าคลั่ง โลภ ริษยา น่าสมเพช และน่าสงสาร แต่ละตอนมีดำเนินเรื่องเรียบง่าย แต่ให้แง่คิด และมีบทสรุปอย่างลงตัวและพอดี

ตอนที่ชอบมากที่สุด คือ ทุ่งที่เอาคนแก่ไปทิ้ง ............. (;__;) คิดถึงทีไรก็เศร้าใจทุกที เป็นการเสียสละที่ทำลายมโนธรรมโดยแท้ ......... แต่นั่นก็คือทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับชีวิตที่เหลืออยู่ ถูกแต่ไม่ต้อง .......

การ์ตูนเรื่องนี้ ยิ่งอ่าน ฉันยิ่งหลอนว่า มันคือ “Hikaru no Go” version Thriller มี ซาอิหน้าบาก ฮิคารุหัวเหม่ง และมีโทยะ อากิระเปิดบริษัทรับทำศพเป็นมัมมี่ (^^)”  แต่พ่อผีซาอิหน้าบากใจดีน่าสนใจจริงๆนะคะ

Vampire Knight
เล่ม 3 - 4


เริ่มหาเนื้อหาสาระได้ แต่ ฉันชักจะเริ่มแยก คานาเมะกับซีโร่ไม่ค่อยออกแล้ว ถ้าไม่มองที่สีผม และเจ้าซีโร่ดันมีแฝดอีก โอ้ว..... แต่ซีโร่เหมือนคานาเมะมากกว่าแฝด ..?? หวังว่านี่คงไม่ได้เป็น Hint อะไรที่เกี่ยวกับเนื้อเรื่องในอนาคตนะ (ไม่ d/l scanlation ตอนล่าสุดมาอ่านเลย) ประเภทเป็นพี่น้องหรือญาติกันในที่สุด

นางเอกเหมือนตัวประกอบเข้าไปทุก สวยเด้งน้อยกว่าหนุ่มๆ ซะอีก (-__-)”

คินดะอิจิกับคดีฆาตกรรมปริศนา ตอน อย่าออกมาเดินตอนกลางคืน

ยังใช้ชื่อ “คินดะอิจิ” ได้อยู่อีกเหรอ ? หลังๆคินดะอิจิเหมือนแขกรับเชิญ โผล่มาว๊อบแว๊บ ไม่ถึง 10 หน้า ไม่ได้ให้ hint อะไรมากกับคนอ่านในการไขคดีเลย แล้วยิ่งหลังๆ เล่นเทคนิคการเขียนโดยให้บุคคลที่ 1 เล่าเรื่อง แทบไม่ได้ให้ข้อมูลอะไรมากมาย หักมุมเล่นท้ายเรื่องอีก ขายมุกหักมุมหักคอคนอ่านมาหลายเล่มแล้วนะคะอาจารย์!

คินดะอิจิเล่มนี้ไม่น่าจะเป็นนิยายแนวสืบสวนสอบสวน น่าจะเป็นนิยายแนว Thriller มากกว่า

การอ่านนิยายแนวสืบสวนสอบสวนไม่รู้คนอื่นมีความคาดหวังอะไรบ้าง แต่สำหรับฉัน คาดหวังการแก้ไขคดีในมุมมองของนักสืบมากกว่าชีวิตดราม่าของตัวละครในเรื่อง หรือการฆ่ากันแบบพิศวงนะคะ

****

อ่านได้เยอะพอสมควรเลยค่ะ ขอแปะ entry แบบเผาๆ เพราะหมู่นี้งานสุ่มแบบแปลกๆ คือ เหมือนว่าง แต่งานเต็มโต๊ะ เบื่อที่จะทำ แอบอ่าน A Long, Hard Road ระหว่างทำงาน รู้สึกบาปมาก ทำไงได้ เรื่องมันติดหนึบเลยค่ะ (;__;) เกลียดคล้าวด์ รักเซฟฟี่ เบื่อแซคกับทีฟา บางทีเกลียด fanfic เรื่องนี้จนแทบอยากจะทึ้งผมชกตัวเอง กระทืบเท้าเร่าๆกับความไม่ได้ดังใจ อยากส่ง dead mail ไปหาคนเขียน ดีที่ว่าคดีมันหมดอายุความไปตั้งแต่ปี 2005 แล้ว (-__-)” แต่พอมันสวีทหวานวิ้วกัน เราอ่านไปก็ยิ้มบานอายม้วนต้วนไปด้วย กรี๊ดดดดดด...... ฉันบ้าไปแล้ว !!! (หนีจากโลกแห่งความเป็นจริงได้ดีชะมัด!)

และ ขอบคุณทุก comment ที่ให้กับ blog นี้นะคะ ทะลุหมื่นไปแล้ว ไว้เคลียร์เรื่อง Cloud และ Sephy ได้แล้ว จะมาตอบนะคะ ทั้งหมดต้องโทษคุณ Twig จริงๆ เลย .... เขียน fanfic ได้สนุกมาก (แม้อ่านแล้วเหมือนโดดลงไปในมหาสุมทร เพื่องมหาปลาโลมา 1 ตัว -__-")

edit

- ในที่สุด ตกลงใจเลิกอ่าน A Long, Hard Road ชั่วคราวแบบเบรคยาว เพราะทนความเครียดของเรื่องนี้ไม่ไหว อ่านมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว อินจัดมาก จิตตก เบลอ นอนไม่หลับ ผิดพลาด หมู่นี้เครียดเรื่องชีวิตตัวเองเข้าไปอีก ตัดสินใจแบบนี้เพราะ....

                      **เราลืมเลื่อนนัดหมอ เสียหายมากมาย ถ้าไปหาหมอตามนัด จะไม่ได้เข้าประชุมรับมอบนโยบาย ไม่เข้า ก็น่าเกลียด ..... ไม่ไปหาหมอตามนัด ก็ต้องไปเริ่มบัตรคิวใหม่ เริ่มระบบตรวจใหม่ เสียเวลาไปค่อนวันอีก

                      *** ลืมปิดเครื่องมือวิทยาศาสตร์ จนวันเสาร์นี้ต้องถ่อมาที่ทำงาน ไม่ปิดไม่ได้ เพราะเครื่องราคาเกือบ 20 ล้าน ปล่อย run free แบบนั้น เจ๊งแน่.......

                      **** ไม่มีสมาธิในการทำงาน  

.... อาจจะเป็น A Long, Hard Road ของ Cloud และ Sephy แต่มันเป็น The Large, Wide Ocean ของคนอ่าน ..... ตอนนี้รู้สึกเหมือนกระโดดลงมหาสมุทรเพื่อไล่จับปลาทูตัวเดียว เหนื่อย..... ยิ่งเมื่อคืน อ่านถึงตอนมันทะเลาะกัน มันทะเลาะกันทีไร คนอ่านจิตตก บรรยากาศมันเหมือนนิยายเรื่อง "คู่กรรม" ของป้าทมยนตี เวลาอังศุมาลินทะเลาะกับโกโบริ (^^)" คือ ที่ขุดมาด่ากัน มันแผลในใจของอีกฝ่ายทั้งนั้น อีกฝ่ายก็เถียงไม่ออกเพราะมันจริงนี่(ฟ่ะ!)แต่ไม่ยอมแพ้ ขุดเรื่องทำร้ายจิตใจของอีกฝ่ายมาว่าอีก ผลัดกันแทงใจดำกัน บาดเจ็บกันไปทั้งคู่ แต่มันแย่ที่อีกฝ่ายเสียใจมาก ต่อหน้าเค้าอวดดี แต่ลับหลัง....ทำร้ายตัวเอง ลงโทษตัวเองอย่างแรง....

.....อ่านเมื่อคืนจนถึงตีสองครึ่ง แต่วันนี้ต้องตื่นแต่เช้า เลยรู้สึกไม่สดชื่นเลย (=__=)" เอาเป็นว่าหยุดตรงมันคืนดีกันแล้วค่ะ คืนดีแบบหวุดหวิด แบบต้องมีคนเป็นตัวกลางประสานงาน และต่อยไปหมัดหนึ่ง แต่ปัญหาคือ ฝ่ายไปง้อก็ไม่มั่นใจในความรู้สึกตัวเองและอีกฝ่าย ฝ่ายเจ็บปวดก็กลัวจนไม่กล้าจะตอบสนองอะไร แต่ฉันก็โล่งใจที่อีกฝ่ายยอมลดทิฐิไปง้อจนได้ ..... เอาเหอะๆ ยังก็กลับคืนดีกัน (Sephy ไม่ใช่โกโบริที่ยัยฮิเดโกะกระทืบหัวใจยังไงก็ยังรักหล่อนอยู่!)

.....fanfic เรื่องนี้ทำให้ฉันเกลียด e-Cloud แต่รัก Sephy มากๆ  หลายตอนอยากยื่นเท้าเข้าไปในตัวหนังสือ ถีบ e-Cloud ตกหน้าผาให้มันตายไปเสียรู้แล้วรู้รอดสมใจมันเสียจริง !! ทำตัวน่ารำคาญมาก .... แต่ยังไงก็รักนะ, Cloud, เด็กโง่! 

.....fanfic เรื่องนี้ คือมหากาพย์แห่งสโตเกอร์ (Stalker) (^^)" แอบสปอยด์ตัวเองไปแล้ว เหตุการณ์ใน Ch.27 แค่เบาะๆ หลังจากนี้จะเลวร้ายกว่านี้ ประมาณว่า เรื่องอะไรโกโบริจะหนีไปตายที่บางกอกน้อย หลอกอังศุมาลินไปขายแก๊งยากูซ่าญี่ปุ่นดีกว่า ฮา...เฮ้ย....โถ่...คุณ Twig ช่างบีบหัวใจ.... ขอเลิกอ่านชั่วคราวก่อนดีกว่า

.....เฮ้อ....ได้ระบายแล้ว โล่ง.......

......กล้าบอกชื่อ เพราะเรื่องนี้ไม่ได้เข้าแนวนิยายโรแมนซ์ที่บ้านเราจัดเป็นนิยายลามก ใครอยากอ่าน กรุณาใช้บริการ Google นะคะ มีทั้งชื่อเรื่องและและคนเขียนเรียบร้อย หาไม่ยาก เพราะฉันไม่อยากเผยแพร่ Link (fanfic เรื่องอื่นใน Web นั้นก็แรงมาก รู้แล้วว่าเค้าหนี ff.net มาแปะที่นี่นี่เอง ....^^")

 

edit @ 12 Jan 2008 10:46:56 by glinda a.k.a. ~pride~

edit : ซ่อม Link .... edit ใหม่ทั้งรูปและ Link พังหมดเลย 

ไม่ได้ Up Imagine Gate ตามที่บอกไว้นะคะ เนื่องจากดูแล้วเนื้อหาสั้นประมาณอ่านหายใจเข้า ไม่ทันหายใจออกก็จบ(เห่) เลยคิดว่าจะรวม Review กับ Doujin ที่ซื้อมาจากงานด้วยจะดีกว่า ปัญหาคือ ซื้อ Let’s มาด้วย กะจะ Review ไปด้วยเลย เนื่องจาก Let’s เล่มหนามาก จึงอาจจะต้องใช้เวลาในการอ่านนานหน่อย (กระดื้บได้คืนละ 1 ใน 4 ของเล่ม) ใครจะรอดูรูปงาน ไม่มีนะคะ เพราะหา Cosplay ยากมาก งานเรียบง่าย เงียบสงบ ไม่หวือหวา เลยไม่รู้จะถ่ายอะไรดี เกรงใจ Staff ด้วย

***

From Final Fantasy VII : Ultimania Omega

ที่มา http://www.gamefaqs.com/console/psx/file/197341/42137

*Professor Gast and the Jenova Project*


ราว 2000 ปีก่อน Jenova ได้ปะทะกับโลกแม้ว่าพวกชนเผ่าโบราณจะลดจำนวนลงจนเกือบจะสาบสูญ แต่ชนเผ่าโบราณบางคนที่เหลือรอด ได้ผนึก Jenova ลงสู่พื้นพิภพในสภาพที่หลับใหล อย่างไรก็ตาม Jenova อาจจะตื่นขึ้นเพราะการชักนำของแผนกวิทยาศาสตร์ Shinra โดย Gast


ประมาณ 30 ปีก่อน ร่างมัมมี่ของ Jenova ถูกขุดขึ้นมาและ Jenova ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นชนเผ่าโบราณ จากนั้นมา Jenova Project ก็เริ่มขึ้น
Hojo สมาชิกของโครงการนี้ได้นำร่างของผู้ร่วมงานและคนรักของเขา Lucrecia (1) มาใช้ประโยชน์สำหรับวัตถุประสงค์ทางการทดลองโดยฉีดเซลล์ Jenova ลงไปก่อนที่เธอจะให้กำหนดบุตร(2) ด้วยเหตุนี้ Sephiroth ก็ได้ถือกำเนิดมา


หลังจากนั้นอีกหลายปี Gast ค่อยๆรู้สึกผิดต่อสิ่งที่ทำลงไป และ ด้วยความเสียใจในการใช้มนุษย์ทำการทดลองในการทดลองที่ผิดธรรมชาติอย่างนั้น (3)จึงได้ยื่นใบลาออกจาก Shin-ra แล้วย้ายตัวเองไปที่ Icicle Lodge ที่ตั้งอยู่ใกล้ๆกับสถานที่ที่เขาค้นพบ Jenova แล้วเริ่มทำการค้นคว้าอย่างอิสระ ที่นั่นภายหลังเขาได้พบกับ Ifalna ชนเผ่าโบราณที่เหลือรอดมา และที่นั่นเขาได้ทำการสัมภาษณ์เธอ และเขาได้เริ่มเข้าถึงประวัติศาสตร์ที่แท้จริงของชนเผ่าโบราณ ความสามารถใจการเลียนแบบของ Jenova และ WEAPONs (หน้า 215) ซึ่งเป็นสิ่งที่ Shin-ra ไม่รู้ถึงเรื่องนี้มาก่อน ในขณะนั้น ความรักของเขาและ Ifalna ก็เริ่มขึ้น และที่นั่นพวกเขาได้สร้างบ้านอยู่ด้วยกันและมีลูก คือ Aerith (4) อย่างไรก็ตาม เขาถูกขัดจังหวะโดยคำสั่งของ Hojo และผลงานวิจัยทั้งหมดของ Gast ตกอยู่ในมือของ Hojo


ผลผลิตจากโครงการ : Sephiroth
ในขณะที่อยู่ในครรภ์ของ Lucrecia, Cell ของ Jenova กลายเป็นส่วนหนึ่งของการเจริญเติบโตของ Sephiroth โดยทางชีววิทยาเขาเป็นลูกของ Hojo และ Lucrecia แต่ถ้าคำนึงถึงฐานะในโครงการ เขาเป็นผลิตผลอันผิดธรรมชาติของ “Jenova - ชนเผ่าโบราณ” ในขณะเดียวกัน เขาเป็นคนแรกที่มีฐานะเป็น SOLDIER(5) อย่างไรก็ตาม การผลิต SOLDERs ในจำนวนมากๆจำเป็นต้องใช้เสียง จิตใจและร่างกายของมนุษย์ผู้ใหญ่ที่สามารถฉีดเซลล์ Jenova และอาบ Mako ได้ ด้วยหลักพื้นฐานของกระบวนการนี้ที่ใช้กับ Sephiroth อาจจะให้ผลที่แตกต่างกันอย่างมากมาย(6) ไปตามสภาพของร่างกายของแต่ละคนก่อนหน้านี้


(พวกทีมงานของ Shin-ra ผู้ไม่รู้แหล่งกำเนิดของ Jenova เชื่อว่า Sephiroth คือชนเผ่าโบราณ) (7)

(1) .....Confirm ว่า Hojo ไม่ได้ปล้ำ Lucrecia หรือ Lucrecia ไม่ได้โดนบูชายัญสละตัวเองให้ Hojo สรุปแล้ว 2 คนนี้เป็นคู่รัก สามีภรรยากันอย่างถูกต้องตามที่พระเจ้า Kitase บัญชา (.... Vincent หวิดปีนต้นงิ้ว ?! แค่ร้องเพลง “ชู้ทางใจ” ก็พอ) Lucrecia เป็น “เมีย” Hojo อย่างถูกต้อง ! (ในเล่มนี้ Confirm แล้วฮ่ะ) คงไม่ใช่ตั้งหน้าตั้งตา ‘อะโจ๊ะ’ กันเพื่อจะได้มีตัวอ่อนมาฉีดเซลล์ Jenova แต่น่าจะเป็นกิจกรรมโดยธรรมชาติของสามีภรรยา แต่อาจจะตั้งใจมากหน่อย (^^)
(2) อ่านแล้วงงว่า ฉีดเข้าไปในตัวอ่อน Sephiroth หรือฉีดใส่ Lucrecia แต่คิดว่าน่าจะฉีดใส่ตัวอ่อนในครรภ์โดยตรงมากกว่า อ้าว....งั้นนอกจากมี Jenova เซลล์แล้ว Sephiroth ก็ถือกำเนิดมาอย่างมนุษย์ธรรมดาสิ ?
(3) ความรู้สึกผิดเดินทางช้าเหลือเกิน .... อ่ะนะ อย่างไรก็ตามก็เดินทางมาถึง
(4) ถ้า Sephiroth พบกับ Aerith เร็วกว่านี้ ก่อน CC อาจจะเข้าใจผิดว่า Aerith คือน้องสาวของเขา
(5) นอกจากจะเป็น 1st Class แล้ว พี่แกยังเป็น SOLIDER ประเดิมแรกรุ่นคนแรกอีกด้วย ? เป็นมาตั้งแต่เกิดนี่เนอะ
(6) อิโด่..... ที่แท้การผลิตยอดมนุษย์อย่าง Sephiroth ได้มันก็ฟลุ๊ค!!! หมายถึงทำอีก ฉีดเซลล์ใส่ตัวอ่อนในครรภ์ก็ใช่ว่าจะได้แบบ Sephiroth เสมอไป มิน่า.... หลังจาก Sephiroth แล้วมันไม่ทำอีก แต่อีกนัยหนึ่ง แฟนๆ FFVII เคยวิเคราะห์เอาไว้ว่า ไอ่การจะหาผู้หญิงมา ตั้งหน้าตั้งตา ‘อะโจ๊ะ’ อุ้มท้อง ฉีดเซลล์ แล้วรออีก 7 – 8 เดือน แล้วต้องเลี้ยงดูปูเสื่อกว่าจะโตใช้งานได้ เสียเวลา เปลืองเงินจิ๊บ ! จะสร้าง SOLIDER สักกองทัพ มิต้องหาผู้หญิงมาเยอะแยะเรอะ ? สู้หาหนุ่มหัวอ่อน ซื่อๆ เซ่อๆ ล่ำๆ ถึกๆ มาฉีดหรือมาอาบ Mako ดีกว่า
(7) นึกถึงนักวิทยาศาสตร์ใน Jurassic Park ภาค 1 ที่ใสซื่อสร้างไดโนเสาร์ T-Rex และ Raptors ขึ้นมาไล่งาบคน.....
(8) สรุปแล้วพวกผู้หญิงที่อยู่โครงการ G และ S ที่หลวมตัวทำสิ่งผิดจรรยาบรรณนักวิจัยเพราะหลงคิดว่าตัวเองได้รับเกียรติอุ้มท้องชนเผ่าโบราณนั่นเอง

***


ต่อด้วย Fanart Sephiroth ดีกว่าค่ะ รูปนี้แหละค่ะที่ทำให้ไปรื้อกอง Sketch แต่ในที่สุดก็หาไม่เจอ ตัดสินใจวาดใหม่ ได้ image ที่แตกต่าง ของเดิมตั้งใจจะให้รูปออกแนวมืดๆ ทึมๆ Sephiroth เลยทำหน้าโฉดแต่เท่ (^^) พอวาดใหม่ ....หลังจากดู CC แล้ว ก็คิดว่า ไม่อยากให้ Sephiroth โฉดตลอด 24 ชม. หรืออยู่ในความมืดตลอดเวลา เลยออกมาสว่างสดใสภายใต้ท้องฟ้าสุด Fair (^_^)


เพื่อให้ Blog ไม่เสียทรง เลยตัดออกหน่อยหนึ่งค่ะ ปีกแหว่งเลย ใครสนใจภาพเต็มๆ เชิญที่ DA นะค้า...

เชค่ะ! เข้าใจแล้วว่า Sephiroth ต้องปีกสีดำสิเฟร้ย!!! แต่คิดว่าสีดำแล้ว มันจะไม่เข้ากับ concept ของภาพ เลยเอาฟ่ะ !วาด Fanart ไม่จำเป็นต้องแป๊ะตาม Original ใส่ image ของตัวเองเข้าไปบ้างสิ !! เลยออกมาแบบฉะนี้แล (ว่าแล้วอยากวาด Kanda Yuu ขึ้นมายังไงก็ไม่รู้สิ ^^;)

เดี๋ยวนี้ลงสีแล้วเครียด Tablet ใกล้กลับบ้านเก่าเต็มแก่ค่ะ เลยเล็งไม่ค่อยถูก วาดแล้วเครียดจัดเพราะเหมือนเอาไม้สอยมะม่วงไปเขียนหนังสือ เล็งกันอยู่นาน ค้างๆ บื้อๆ แฮงค์ๆ กำลังกลุ้มอยู่ว่าถ้ามันลาลับไป จะซื้ออะไรมาแทนดี ? เพราะ XP-Pen กับตราแมวนั่งหาวเขาก็ไม่เอามาขายแล้ว (ถูกดีเฟร้ย) เหลือแต่ WACOM แพงเลือดสาด (ไม่รู้เมื่อไหร่จะ Sale อีก ;__;) กับ Genius ที่ตอนนี้เริ่มมีรุ่นพิสดารสำหรับ Tablet ออกมา เช่น G-Pen (ใช้แล้วจะดีเหมือน G-Pen ไหม? หรือมันแค่ย่อมาจาก Genius Pen) และ Sketch Pen ที่ดูชื่อน่าจะดี เสียอย่างเดียว ที่เห็นเอามาขาย แผ่นใหญ่เท่าฝาโอ่งมังกร .....

จาก Comment ใน Entry นี้ [Tag] Manga แสนรัก ถึงอดตายก็ไม่ขาย (มั้ง?)

To K.Chibi และ K. Kisara : เรานึกว่าที่คุณเจนเลิก Y เพราะค้นพบทางสายสว่างแล้วเสียอีก (^^) โอ...ที่แท้มีเหตุอย่างนี้นี่เอง แต่ก็เห็นด้วยเรื่องลายเส้นของพวกนักเขียนรุ่นใหม่ รุ่นที่คุณ Chibi ว่ามา ตอนนี้กลายเป็นรุ่นใหญ่ไปแล้ว ไม่ค่อยมีงานออกมา รุ่นใหม่ๆ คงต้องขัดเกลาอีกเยอะค่ะ กว่าจะมีลายเส้นเป็นเอกลักษณ์ ความจริงนอกจากกลุ่ม ACHO แล้วเรายังชอบงานของกลุ่ม RPG อีกด้วยค่ะ แต่กลุ่มนี้เกิดปลายๆ ยุค ACHO เลยไม่รู้ถือเป็นรุ่นเดียวกับพวกคุณเจนหรือเปล่า ? (น่าจะเนอะ... เพราะคุณเจนรุ่นเดียวกับ Golf RPG) เราว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดของการเป็นนักเขียนการ์ตูน นอกจากการลำดับเรื่องได้สนุกแล้ว คงต้องเป็นลายเส้นที่เป็นเอกลักษณ์ค่ะ เราว่านักเขียนญี่ปุ่นตอนนี้ลายเส้นคล้ายๆกันก็เยอะมาก เหมือนจบมากจากโรงเรียนสอนวาดการ์ตูนเดียวกัน (^^) หาพวกลายเส้นโดดเด่นฉีกแนวก็ยากเหมือนกัน

 

ความจริงติด Tag คุณ Kisara อยู่เรื่อง "นักเขียนที่เป็นแรกบันดาลใจในการวาดรูป" Coming Soooon ค่ะ ส่วนคุณ Kisara ช่วยรับ Tag Manga แสนรักนี้ไปด้วยนะคะ อยากเห็น collection เช่นกัน (^^)

edit @ 20 Nov 2007 18:05:12 by glinda a.k.a. ~pride~

edit @ 20 Nov 2007 18:06:27 by glinda a.k.a. ~pride~

edit @ 20 Nov 2007 18:10:03 by glinda a.k.a. ~pride~