life

เวลาผ่านปีใหม่ล่วงเลยมาเกือบ 2 เดือน ยังมีหน้ามาบอกสวัสดีปีใหม่อีกเรอะ ?! 5555 ความจริงก็คิดจะ Update Blog เกือบทุกวันแหละค่ะ แต่หมดแรงเฮือกสุดท้ายที่จะเค้นพลังมา Up Blog ทุกคืน เพราะน้ำท่วมเลยทำให้งานยุ่งข้ามปีเลยทีเดียว กว่าจะรู้สึกตัวก็ตอนเพื่อนร่วมงานเปรยขึ้นมาว่า “ผ่านปีใหม่มาแล้วเดือนกว่าๆ แต่รู้สึกเหมือนผ่านมานานแสนนานเนอะ!?” ถึงได้ "ห่ะ ?! ผ่านไปตั้งเดือนกว่าแล้วเรอะ ?!"

งั้นก็ขอสวัสดีปีใหม่และสุขสันต์วันวาเลนไทน์นะคะ 5555... ไม่ได้ร่วมกิจกรรมกรุ๊ปปี้ที่ไหนกับเขาเลย ! แปะหนึ่งรูปเพื่อให้ Blog สดใสละกัน ! ไม่ได้วาดมานาน...ดูแปลกๆ (น่าเกลียดอะไรเยี่ยงนี้ >_<")
 
 
จริงๆแล้วอยากจะอัพบล็อคทริปเกาหลีให้จบสิ้น แต่เผอิญว่า มีเรื่องที่อยากจะรำพึงรำพัน เพราะหมู่นี้มีดราม่าที่เกี่ยวข้องกับแฟนคลับและศิลปินเกิดขึ้น คือ เริ่มจากวงดังวงแตก (เฮ้ย! ไม่ได้หมายความจะไปแทงใจใครนะ!) ต่อด้วยการจารจลที่สุวรรณภูมิที่แฟนๆ TVXQ (ที่เหลือ 2 คน) โดนศิลปินตวาดเข้าใส่ และเรื่อยมาจนถึงเรื่องวาเลนไทน์ที่มีคนพยายามจะให้ของขวัญ Yoshiki in person บุกไปถึงสตูดิโอใน LA เลยทีเดียว

จากประเด็นทั้ง 3 เรื่องนี้ มีเรื่องร่วมอยู่จุดหนึ่งคือ การคิดเองเออเอง สร้างจินตนาการเองของแฟนคลับ จนไปถึงมุมมองของคนภายนอกว่าแฟนคลับเป็นพวกคลั่งไคล้ไร้หัวคิดเหยื่อทางการตลาด ยกพวกตีกันอย่างเมามันส์ในขณะนี้

ในบรรดา 3 เรื่องที่ว่ามาข้างต้น เรื่อง YOSHIKI เป็นเรื่องจิ๊บที่สุด แต่มันทำให้คิดอะไรได้หลายอย่าง คิดไปถึงตอนเข้าวงการณ์แฟนคลับมาใหม่ๆ รู้จักกับฝรั่งที่เป็น YOSHIKI FAN อยู่คนหนึ่ง เธอหลงใหลคลั่งไคล้โยชิกิ (พิมพ์ไทยก็แล้วกัน!) หลายๆครั้งที่เธอก่อดราม่ากับแฟนๆคนอื่นเพราะโยชิกิเป็นเหตุ สมัยนั้นไม่มี Twitter ล่ะนะ เธอติดต่อกับเขาโดยเพียรส่ง E-mail จดหมาย ของขวัญให้ และเธอก็เชื่อว่าเขารับรู้ความรู้สึกเธอและชอบของขวัญที่เธอให้ด้วยอ่ะ คิดเองเออเองจนกระทั่งวันหนึ่งความรักสุกงอม เธอก็ตัดสินใจบินจาก New York ไป LA ด้วยหวังเล็กๆว่า เธอจะแค่พบหน้าเขา กอดเขาสักครั้งเท่านั้นเอง ว่าแล้วก็ลงมือเขียนจดหมายแจ้งบอกเขาไปเสร็จสรรพแล้วก็บินไป LA

ความรู้สึกตอนนั้นของฉันก็ ----->  “เหวออออออออออออ......!!!” (ทำหน้าเป็นปลาดุกตกใจ) มันเป็นความรู้สึกที่พูดไม่ออก สยดสยอง ท้าทาย ลุ้นระทึก อยากจะบอกว่า “อย่าไปเลย.....”  ก็ไม่รู้จะเอาเหตุผลอะไรไปห้าม ห้ามไปก็จะหาว่าอิจฉา หึงหวง เผื่อเขาโชคดี Happy Ending ได้ปั๋วเป็น Rock Star จาก Japan ขึ้นมาล่ะ บุพเพสันนิวาสแท้ๆ.... แต่อีกใจก็คิดว่า เกิดแห้วขึ้นมาล่ะ ?! ยังไงมันคงไม่ง่ายเหมือนเดินเข้า 7-11 หรอก ? เกิดผลลัพธ์มันแย่ขึ้นมา  ฉันก็บาปทั้งกับโยชิกิและเพื่อน! .....ก็เพราะฉันนี่แหละเอาที่อยู่สตูดิโอ One on One ให้เธอไป เธอถึงส่งจดหมายส่งของขวัญไปให้โยชิกิจนถึงขั้นจะบุกไปสตูดิโอได้!

ในที่สุด หวยก็ออกมาว่า เพื่อนของฉันเธอไปเฝ้าหน้าสตูดิโออยู่ได้ 3 วันโดยไม่เห็นหน้าโฉมตรู นอกจากการ์ดของเขาที่บอกเธอว่าโยชิกิไม่อยู่ และรับของขวัญให้แทน แต่เพื่อนฉันก็โมโหโยชิกิซะแล้ว เธอบอกว่า เธอก็อุตส่าห์ส่งจดหมายไปบอกล่วงหน้าย้ำๆแล้วว่าจะไปหานะ ไปวันนี้นะ ทำไม?ๆๆๆๆๆๆ เค้าถึงไม่ยอมออกมาเจอเธอ ?! เธอไม่ได้มาคิดร้าย! เธอแค่อยากเจอหน้า อยากกอดสักทีเท่านั้น! เธอรักเขามากนะ! เธอก็มีเพื่อนเป็น Rock Star ใน New York ตั้งหลายคน (เคยส่งรูปเธอกับพวกนักดนตรีร็อคพวกนี้ให้ดู แต่ฉันก็ไม่รู้จักสักคน -__-“) ทุกคนไม่เห็นมีใครเล่นตัวมากเท่าโยชิกิเลย!

ตั้งแต่นั้นมา โยชิกิก็เสียแฟนคลับไปหนึ่งคน!  และได้ Anti-fan ขึ้นมา 1 คน

และหลังจากนั้นไม่นาน ฉันก็มีเรื่องบาดหมางกับโยชิกิ ถีบเธอตกจากบัลลังค์เจ้าชายในดวงใจพร้อมจัดการแบนเธอออกจากสารระบบของชีวิตไปจนกระทั่ง X Japan กลับมา Reunion นี่แหละ! (แบนไป 5 – 6 ปีได้ ....) จนกระทั่งเมื่อปลายปีที่แล้ว มีโอกาสได้เจอเธอโดยแว๊บๆบน Mailing List ที่ร้างไปแล้ว เลยถามเธอว่า ตอนโยชิกิไป New York ไปดูเขาหรือเปล่า ? เธอก็ว่าไปนะ! ไปดูสิ! เลยถามเธอว่ายังเกลียดโยชิกิอีกไหม ? เธอว่าเธอไม่ได้เกลียดโยชิกิหรอกนะ แต่เกลียด Dir en grey มากกว่า 55555 คือ หลังจากพลาดจากโยชิกิเธอก็ไปเป็นแม่ยก Dir en grey เป็นอย่างจริงจังมาก คือ สร้าง ML ให้ (Fan Mail Letter) ตามไปดูคอนฯที่ญี่ปุ่น และตามที่อเมริกาด้วย แต่....... (ไม่ออกสื่อก็แล้วกัน เพราะค่อนข้างเป็นข้อกล่าวหา) เธอบอกว่า Lost Respect ในวงนี้ไปแล้ว โดยเฉพาะ Die และ Toshiya (คู่หูนรก) สรุปแล้ว พวก J-rock มันชอบพวกสาวๆสวยๆ เด็กๆ เท่านั้นเอง! ตอนนี้เธอใช้ชีวิตอย่างสงบใน New York เปิดร้านขายจิวเวอร์รี่เล็กๆ เลิกตาม J-rock แล้ว เธอขอ Facebook ฉัน แต่ฉันไม่มี ให้แต่ Twitter Account ไป เธอก็ไม่มี ... เป็นอันว่าไม่ได้คุยกันอีก (^^)”

รู้สึกเรื่องนี้เคยเล่าแล้ว.... 5555 เล่าอีกไม่เป็นไร ?! เผอิญว่า วันวาเลนไทน์ที่ผ่านมา Following ของฉันบน Twitter ความรักที่มีต่อโยชิกิสุกงอม บุกไปให้ของขวัญวาเลนไทน์กับโยชิกิที่สตูดิโอ (อีกแล้ว!) ในตอนแรกเธอก็พยายามเพียรถามโยชิกิแบบประมาณว่าจะขอไปหาที่สตูดิโอนะ ถ้าตอบว่า “No!” เธอก็จะไม่ไป แต่.... อีกนั่นแหละ แฟนๆคนอื่นก็ยุกันจัง ประมาณว่าไปเหอะ!! แค่อยากไปแสดงความรักให้ของขวัญเขา จะเป็นไรไป?! ในที่สุดเธอก็ตีความว่า ความนิ่งเฉยของเขาแสดงว่า It’s O.K.! (เฮ้ย! ความจริงตั้งใจจะไปอยู่แล้วหรือเปล่าวะ ?!) ว่าแล้วก็ควักเงินอันน้อยนิดซื้อของขวัญ ดอกกุหลาบ ไปให้ที่สตูดิโอ แม้จะเคาะประตูกี่ครั้ง ก็ไม่มีปฏิกิริยาตอบรับ ในที่สุดก็ทิ้งของขวัญไว้ที่ Mail box แล้วไปนั่งรอที่ร้านอาหาร รอแล้วรอเล่าก็ไม่มีวี่แววจนต้องกลับไป

ตอนนั้นนั่งอ่านแบบอึ้งๆ ตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่ออกความเห็นใดๆทั้งสิ้น แต่แอบรู้สึกว่าแฟนๆคิดเองเออเองกันไปหมด.... ว้า! ว่ายังไงดีล่ะ ?! หลังจากอ่าน Mafia Visual Kei -เอกสารลึกลับที่เผยแพร่บน Internet ตีแผ่มุมมืดของวงการ VK แล้ว ก็คิดว่าเข้าใจสถานการณ์ที่ Yoshiki กำลังเผชิญอยู่ และธุรกิจในวงการณ์นี้ แม้แต่โยชิกิก็ไม่เป็นข้อยกเว้น เพราะกฎข้อหนึ่ง คือ การไม่ปฏิบัติต่อแฟนเพลงคนใดเป็นพิเศษ ! และ แฟนเพลงก็คือแฟนเพลง ไม่มีการสานต่อความสัมพันธ์ส่วนตัวเป็นพิเศษ เรื่องนี้ก็เคยเตือนเธอไปแล้วว่าอย่าหวังอะไร แต่ดูเหมือนเขาจะไม่ฟังแล้วถลำตัวลึกไปเรื่อยๆ ไปเลือกฟังกลุ่มโลกสวยมากกว่า 555

เดาเอาว่า เคยมีข่าวว่ามีแฟนเพลงกลุ่มหนึ่งบุกไปหาที่สตูดิโอ โยชิกิก็ต้อนรับขับสู้ ชื่นมื่นกันมาก ได้ถ่ายรูปด้วยกัน พาชมสตูดิโอ และมอบของขวัญกัน หลังจากนั้นแฟนเพลงกลุ่มนี้ไปดูคอนฯ Dir en grey ใน LA โยชิกิเห็นพวกเธอเขาก็เดินตรงมาหาเลย ทักทายอย่างสนิทสนม พัฒนาความสัมพันธ์กลายเป็นเพื่อนกันไปแล้ว (ใช่พวกที่ได้ไปเฝ้าโยชิกิข้างเตียงตอนผ่ากระดูกต้นคอไหมวะ ?!) มันเลยสร้างความหวังให้แฟนๆคนอื่นอยากบุกไปสตูดิโอด้วยหรือเปล่า ?!

แต่นั่นแหละ คนเราอยู่ได้ด้วยความหวัง ความรัก และความฝัน เป็นความรักเขาข้างเดียวที่ใจจะสื่อถึงกัน เราวาดภาพอีกฝ่ายเป็นนางฟ้า เทวดา มีเรานี่แหละคือคู่ที่ชะตาลิขิต เวลาเจอหน้ากันคงประหนึ่งกามเทพแผลงศร โชะ!

ช้าก่อน!!! อีกฝ่ายก็มนุษย์ธรรมดาเช่นเดียวกับเรา เขาไม่ใช่พระโพธิสัตว์ที่จะมาบรรทุกสรรพสัตว์ข้ามห้วงวัฎสงสาร  เราก็ไม่ได้งามประหนึ่งนางงามจักรวาลนาตาลี เกลโบว่า หรือร่ำรวยดั่งแม่ปารีส ฮิสตัน ไม่ใช่นางแบบเซ็กซี่ระดับโลกดั่งมิแรนดา เคอร์ ฯลฯ เอ้ย! เค้าจะมาปิ๊งเราได้ยังไง ?!  ดังนั้นการที่เราชาร์ตเข้าใส่ด้วยความรักอันล้นใจราวกระทิงบ้าแดดใส่เขา อย่างมารยาทงามก็หลบหน้านิ่งเงียบ ฉีกยิ้มมารยาท ถ้าเราเกรียนจัดหน่อย อาจจะโดน “Excuse me!” พร้อมใบหน้าที่พร้อมจะโดดเตะก้านคอใครสักคนได้แล้ว (เฮ้ย! กรณีนี้ฉันไม่เห็นว่าเขาจะผิดอยู่ดี)

มีคนเล่าว่า ..... สมัยที่โยชิกิยังเล่น MySpace ขยันๆ มีแฟนคลับชาวเวียตนามคนหนึ่ง ด้วยความรักท่วมท้น และเธอก็อายุน้อย เธอจึงตี้ต่างเรียกโยชิกิว่า “Papa” (ป๋า~) ใส่หน้า Myspace เขา  หลังจากนั้นเธอก็โดนบล็อกบนหน้า Wall ของเขาฉับ! ซึ่งเธอก็งงว่าเธอทำอะไรผิด ? แต่อย่างไรก็ช่าง เธอก็เฝ้าเพียรส่ง Messages ขอโทษเขาครั้งแล้วครั้งเล่า ในที่สุดเธอก็ได้รับตอบกลับมาสั้นๆว่า โยชิกิไม่พอใจเป็นอย่างยิ่งที่เธอไปเรียกเขาว่า “Papa!” (เธอเชื่อว่าคนตอบกลับมาคือโยชิกิด้วยตัวเองเลย) เธอพยายามบอกเขาว่าเธอเรียกเขาว่า “พ่อ” เพราะมันเป็นวิธีแสดงความรักและการยกย่องที่เธอให้เขาอย่างสูงสุด แต่เธอไม่เคยได้รับ Message ตอบกลับมาแต่อย่างไร และไม่ได้รับการปลดล็อค Block ด้วย เรื่องนี้เธอเก็บเป็นความลับกับตัว เผลอเล่าให้เพื่อน(แฟน XJapan ด้วยกัน) ตอนเมาพร้อมร้องห่มร้องไห้ไปแล้ว เธอว่ายังไงเธอก็รักเขาเหมือนเดิมนะ ..... ฟังแล้วก็อึ้ง คนเล่ายืนยันว่าคนเมาไม่โกหกนะเฟ้ย! ใครอยากทดสอบว่าเรื่องนี้จริงหรือไม่ ? ลองไปตะโกนเรียก “ป๋า” ใส่หน้าฮีดูสักทีก็ได้นะ

แต่ด้วยอะไรหลายๆอย่าง มีหลายคนเชื่อว่า คนที่ Add รับ Friends หรือดูแลหน้า Wall ไม่ใช่ตัวโยชิกิเอง เป็นทีมงานของเขาต่างหาก รวมไปถึง Twitter ด้วยเอ้า! เพราะฉะนั้นกลุ่มนี้จะไม่แคร์พวก Tweets ของโยชิกิเลย อ่านเอาข่าวอย่างเดียว 5555!

สุดท้ายแล้ว แม้ผลลัพธ์จะออกมาคือ ความนิ่งเงียบ แม้เจ้าของของขวัญวาเลนไทน์จะยืนยันว่า รักเขาเหมือนเดิม ไม่ได้คิดอะไรมาก.... แต่มุมมองของฉันว่าเธอยังคิดเข้าข้างตัวเองอีกเยอะเลยว่ะ! อย่างน้อยความที่โลกสวย คิดบวกมากมายเกินเหตุก็ช่วยเธอได้

ไม่อย่างนั้นโยชิกิคงเจอ Antifan อีกหนึ่งคน!
 
ป.ล. พรุ่งนี้จะไปงาน Live Viewing L'arc-en-ciel ถ้างานมีอะไรน่าสนใจจะกลับมา Report แต่มีหนังสือวิชาการภาษาอังกฤษ 1 เล่มที่ต้องอ่านและย่อสรุปให้ได้ 2 หน้ากระดาษส่งผู้บริหาร (ฮา) ภายในวันที่ 20 ก.พ.นี้ ยังไม่ได้อ่านสักแอะ เสาร์-อาทิตย์ นี้โค้งสุดท้ายที่จะปั่นงาน ดูละกันว่าจะมีเวลามาเขียน Report ไหม ? (^^")
 
 

edit @ 17 Feb 2012 23:58:23 by glinda a.k.a. ~pride~

ไม่ได้เขียนเพื่อเจาะลึกพฤติกรรมหรือชีวิตแฟนคลับหรอกนะคะ เพียงแต่อยากจะเขียนเรื่องอะไรสักอย่างหนึ่ง ปนๆกันอยู่ ซึ่งมาถึงป่านฉะนี้แล้ว ใครๆก็รู้ว่าฉันปวารณาตนเป็นแฟนคลับ X Japan และ Yoshiki ซึ่งออกจะจัดเป็นแฟนคลับพวกไม่เอาไหนอยู่สักหน่อย ประเภทไม่มีหร๊อก...มานั่งอวยอย่างเดียว ออกแนวจิกกัดฟัดเลือดสาด นี่ถ้าอยู่ในสังคมแฟนคลับจริงๆ โดนโทรจิกกัดตบกระจายถึงบ้านแล้ว (แบบที่เคยโดนสมัยเป็นแฟนคลับหนึ่ง อย่างน้อย สอง* ทำเอาเข็ดสังคมแฟนคลับ) ……(^^)”

เนื่องจาก เมื่อหลายๆเดือนก่อน เข้าไปห้องเฉลิมกรุง ณ pantip.com เจอกระทู้หนึ่ง พูดเรื่องวง Boy Band ชื่อดังของไทยและเกาหลีวงหนึ่ง ไปจีน แล้วมีเหตุการณ์สต๊าฟของวงว๊ากใส่แฟนคลับคนหนึ่ง ซึ่งพยานแวดล้อมให้การณ์ตรงกันว่า แฟนคลับคนที่ถูกว๊ากนั้น เธอยืนของเธอเฉยๆ ไม่ได้ล้ำเส้น ไม่ได้ทำอะไร แค่มารอเจอ Boyband วงนั้น แต่เธอกลับโดนตะคอกเข้าใส่ เลยกลายเป็นวิพากวิจารณ์ของแฟนๆกัน ในมุมมองของฉันแล้ว กลับพบว่า แฟนๆ บนเวปบอร์ดไทยส่วนใหญ่ (อาจจะไม่ใช่เพราะไม่ได้กลับไปอ่านความเห็นอีก เอาเท่าที่อ่านละกัน) แสดงความเห็นใจสต๊าฟคนนั้น บอกว่า แฟนคลับจีนทำตัวรุ่มร่ามมาก อย่างเมื่อคืนมีข่าวว่ามีแฟนคลับจะบุกเข้าห้องหนุ่มๆวงนั้น และทำตัวน่ารำคาญหลายอย่าง .........  คือ....อ่านแล้วก็อึ้งๆ คือ ฉันความเห็นของฉัน ฉันไม่คิดว่าแฟนคลับคนที่ประพฤติตัวอยู่ในกรอบอันดีงาม ทำไมต้องมารับผิดชอบการกระทำของแฟนคลับทีทำตัวไม่ดี ?! เธอไม่ได้ทำอะไรผิด แล้วทำไมเธอต้องเป็นคนถูกตะคอกใส่ ?!

แต่สิ่งที่ไหลเข้าสู่ความคิดของฉันคือ ..... “อ่า...... นี่สินะ ความเป็นแฟนคลับ ที่พร้อมจะให้อภัย และมองแต่ด้านดีของศิลปิน ?!”

สมัยก่อนเคยมีคนสั่งสอนฉันว่า คนเราเมื่อรักกันแล้ว ไม่ควรเอาเรื่องไม่ดีของปิยมิตรนั้นมาแฉ เพราะมันไม่มีประโยชน์อันใด มีแต่จะทำให้คนที่เรารักเสื่อมเสีย.....  คนที่อ่านคนอื่นก็จะไม่สบายใจ ก่อความทุกข์ให้คนอื่น

หลายๆครั้งที่หวนคิดถึงเรื่องนี้ ทำให้รู้สึกว่า การที่เอาเรื่องไม่ค่อยดีของ X Japan หรือสมาชิกวงมาเขียนนั้น มันทำให้ฉันเป็นอะไรกันแน่ ?!

ในความรู้สึกของฉัน ในการที่ฉันจะชอบใครสักคน ฉันชอบความเป็นทั้งหมดของตัวเขา ไม่ว่าจะดีหรือไม่ดี ฉันไม่เชื่อว่าคนเราจะเป็นแค่สีขาวหรือสีดำ คนเรามันมีหลากหลายสีสัน ไม่ได้มีมิติเดียว ไม่มีใครดีที่สุดหรือเลวที่สุด คนที่ชอบการ์ตูนหรือตัวละครในนิยาย อาจจะโชคดีกว่า ตรงที่ชีวิตตัวละครมันถูกสร้างขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของคน (ยกเว้น Death Note  สักเรื่อง -__-“ ถือเป็นสุดยอดการ์ตูนทำลายความคาดหวังแฟนๆ แต่ฉันชอบมากๆนะ ^_^) เพราะฉะนั้นจะผิดหวังหรือสมหวัง มันไม่ได้เป็นอะไรที่เหนือความคาดหมายหรือเกินกว่าการยอมรับ แต่ชีวิตคนจริงๆมันมีอะไรเหนือความคาดหมาย ไม่ได้ดั่งใจ ไม่มีคำอธิบาย เย็นชาและเจ็บปวด.....

แต่เมื่อเทียบกับพฤติกรรมแฟนคลับชาวต่างประเทศ สิ่งมีชีวิตที่เราเรียกว่า “ฝรั่ง” แล้ว พบว่า การเป็นแฟนคลับ โดยเฉพาะสังคม J-rock และ Anime (เพราะคบอยู่แค่ 2 สังคม -__-“)  เป็นสังคมที่จิกกัด วิพากษ์วิจารณ์อย่างดุเดือด อ่านไปบางทีก็อยากร้องไห้ ทำไมต้องว่ากันแรงๆขนาดนี้ แต่บางทีมันก็....อืมม์.... มันสังคมอุดมปัญญาจริงๆ คือ มันแน่นไปด้วยข้อมูล และขยันหาคำอธิบาย อย่างเรื่อง Death Note มีคนไปค้นเรื่องจิตวิทยาของตัวละครมาเขียนเป็น essay อย่างจริงจัง ในเรื่องของ Toshi (X Japan) ก็มีคนไปค้นเรื่องกฎหมายล้มละลายของญี่ปุ่นมาเขียนให้พอเข้าใจ

บางทีก็เกลียดสังคมแฟนคลับฝรั่งสุดๆ  บางทีมันก็พูดเรื่องจริงที่เราเถียงไม่ออก ได้แต่เจ็บใจ แต่บางทีก็เจ็บใจกับเรื่องโกหกหลอกลวง ข้อมูลมั่ว แล้วดันมีคนเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง ถ้าส่วนไหนที่เกลียดมากกว่ากัน ?  คงจะเป็นเรื่องไม่จริง แล้วดันมาเขียนกันเป็นตุตะทำให้เกิดความเสื่อมเสีย แต่ถ้าเรื่องจริง ต่อให้ศิลปินที่ฉันชอบก่อเรื่องบัดซบขนาดไหน ฉันจะยอมรับได้นะ จะมานั่งเจ็บใจแช่งชักชักกระดูกศิลปินที่เราชอบแทนว่าทำอะไรช่างไม่มีหัวคิด ! ไม่คิดโทษคนที่เอาเรื่องไม่ดีนั้นมาขยายเลยสักนิด......

บางทีการที่เราเอาความรู้สึกของเราไปผูกติดกับศิลปินเกินไป จะสร้างควาทุกข์ให้เรา เพราะเราเอาแต่คิดว่า “เขา” ต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้  ความจริงแล้ว... “เขา” ก็ยังเป็น “เขา"” .... “เขา” ก็มีชีวิตของเขา มีความคิดของเขา ซึ่งการกระทำของ “เขา” ก็ไม่จำเป็นต้องตอบสนองหรือทำให้ถูกใจแฟนๆ ทุกๆอย่าง หรือ smart อยู่ตลอดเวลา (เช่น “เขา” ที่ชื่อ Yoshiki) เมื่อก่อนฉันรู้จักแค่คำว่า “Crazy Fangirl/boy” แต่ตอนนี้ มารู้จักคำว่า “Extreme  Fangril/boy” ซึ่งพบว่า คำว่า Extreme Fangirl/boy เป็นอะไรที่ออกแนวน่ากลัวกว่า Crazy Fan

Crazy fan จะเป็นแนวรัก หลงใหล คลั่งไคล้ ทำตัวน่ารำคาญ แต่จะเป็น Loyal fan (คือ จงรักภักดีไม่เปลี่ยนแปลง) แต่พอมาเป็น Extreme fan จะเป็นพวกรักมาก รู้มาก เปี่ยมด้วยข้อมูลของศิลปินที่ชื่นชอบ ไม่หยุดยั้งที่จะค้นหา เลยกลายเป็นว่าพวก Extreme fan จะเป็นพวกกูรู แต่ขณะเดียวกันขาดความเป็น Loyal เพราะเมื่อรู้มาก ย่อมสามารถอยู่ได้ด้วยตัวเอง และขาดมุมมองของการชื่นชมบูชา..... เมื่อผิดหวัง หรือเมื่อค้นพบว่าศิลปินที่ชื่นชอบไม่ได้ดั่งใจ คนพวกนี้ก็จะละทิ้งไปอย่างไม่ใยดีท่ามกลางความงุนงงของคนอื่น

ตอนที่ฉันได้เห็นหน้า Yoshiki ด้วยตาตัวเองครั้งแรก คนที่ฉันคิดถึงมากที่สุดคือ เพื่อนชาวอเมริกันคนหนึ่ง ชื่อว่า “Missy”  อยากจะบอกเธอจังเลยว่า ในที่สุดแล้ว ฉันก็ได้เห็นโยชิกิด้วยตาของตัวเอง ..... แต่ก็ไม่กล้าติดต่อ กลัวทำร้ายความรู้สึกเธอ แม้จะคิดว่าถึงเวลานี้ เธอคงไม่ใยดีโยชิกิอีกแล้วก็ตาม เพราะเมื่อมานั่งระลึกถึงความหลังที่เรานั่งละเมอเพ้อพกข้ามโลกถึงโยชิกิกันแล้วนี่ เป็นอะไรที่ออกจะประทับใจฉันมาก (ฮา.... New York to Chiang Mai) และฉันรู้ว่า Missy รักโยชิกิมากขนาดไหน แม้คนจะงงๆว่าทำไมเธอถึงเลิกชอบโยชิกิดื้อๆ ทั้งๆที่เป็นแฟนตัวยงชนิดยอมให้คนอื่นว่า “บ้า” หรือ “ล้อเลียน” แต่ฉันเข้าใจเหตุของความเจ็บปวดของเธอ คือ เธอบินไปหาโยชิกิที่ LA นอนเฝ้าอยู่ 3 วันแต่แล้วไม่ได้เจอน่ะ เธอเลยผิดหวังในตัวโยชิกิอย่างแรง........ เธอเลยรู้สึกเจ็บปวดมาก (เรื่องนี้แค่ฟางเส้นสุดท้าย) เท่านั้นเอง ?

ในสังคมแฟนคลับ X Japan (เฉพาะ “ฝรั่ง” นะ) ออกจะเป็นสังคมที่แบบว่า ช่างขุดคุ้ย ประวัติศาสตร์วงมีเท่าไหร่ พวกนี้พร้อมจะทุ่มทุนขุด สืบเสาะ วิเคราะห์ ฉันว่าพวกนี้ไปเขียนหนังสือ Biography ของ X Japan อาจจะดีกว่าสมาชิกวงเขียนเอง (ฮา) บางทีก็รู้สึกว่า “น่ากลัว” และ “มันมากเกินไปแล้ว”  อย่างเรื่องที่เพิ่งรู้ คือเรื่องการทะเลาะกันของแฟนคลับประเภท Extreme fan คือ การถกเถียงกันความสัมพันธ์ของโยชิกิ โทชิ และฮิเดะ แล้วนำไปสู่การทะเลาะวิวาท ถึงขั้น Webboard แทบแตก ก็เพิ่งรู้ว่ามีคนถือเอาจริงเอาจังเรื่องนี้ด้วย ?! ผลของมันคือ มีแฟนระดับ Extreme fan ถึงขั้น shut down ตัวเองออกจากสังคมแฟนคลับ ซึ่งทำเอาขบวนการแฟนคลับแทบมืดบอดไปพักใหญ่ๆเลยล่ะ (ทุกวันนี้ก็ยังไม่ active เข้าขั้นสมัยรุ่งเรือง) เมื่อก่อนไม่เคยรู้ว่าทำไมมันถึงเป็นแบบนี้ พอมาทราบที่มาที่ไปของเรื่องแล้วก็รู้สึกช็อคว่า “เรื่องแค่นี้เองนะ ?!” แต่เรื่องเล็กสำหรับฉัน อาจจะเป็นเรื่องใหญ่สำหรับคนอื่นก็ได้.....

สรุปแล้ว...... มันทำให้ฉันยังกลัวสังคมแฟนคลับอยู่ดี (^^)”…………….  

ป.ล. ฉันก็เคยวีนใส่ webboard ฝรั่งเป็นพักๆ แม้จะทำจิตตกขนาดไหน แต่ก็ชอบเข้าไปอ่าน เพราะข่าวมันไวและข้อมูลแน่นดี (-__-)”
ป.ล. ตัดสินใจไม่เขียนเรื่องคดีความของโทชิต่อ จนกว่าจะมีประกาศขายบัตร Farewell Concert ของโทชิ... เพราะสถานการณ์ในแง่กฎหมายไม่สู้ดี กลัวทำแฟนๆคนอื่นเครียด (^^)”

ป.ล. *  จะเขียนตรง comment เปลี่ยนใจมาเขียนใน entry ด้วยความเป็นคนแบบนี้ ทำให้ก่อศัตรูไม่น้อย ทั้งๆที่ฉันก็อยากบอกว่า ฉันเองก็รัก "ศิลปิน" พวกนั้นเหมือนกัน แต่มุมมองความรักของฉันอาจจะต่างกับพวกเขา ผลก็คือ เหตุการณ์แรก ฉันวิวาทกับพวกแฟนคลับคนอื่นๆคนแทบเดินสยามฯ หรือไปสังสรรค์สังคมนั้นไม่ได้ (เวลาไปต้องแอบไป) กลัวโดนดักตีหัวหรือรุมตบ เหตุการณ์ที่สองไม่รู้ใครเอาเบอร์โทรของฉันไปให้ โดนตามถึงบ้านเลยล่ะ ตอนรับโทรศัพท์ยังงงๆอยู่ ใช้เวลาอยู่ 3 วันถึงรู้ว่าเขาโทรมาเอาเรื่อง ! (เมื่อก่อนเป็นพวกมองโลกในแง่ดีจัด ...^^") ..... วันเวลาผ่านไป นึกแล้วก็ขำ....คนเราเป็นไปได้ถึงขนาดนั้น  เพราะแบบนี้เลยไม่ค่อยกล้าสุงสิงกับชาว "แฟนคลับ" เพราะกลัวไปเหยียบต่อมความรู้สึกใครเข้าอีก.... และบางทีฉันก็ "เกรียน" ใช่น้อย เอิ๊ก! 

edit @ 7 Feb 2010 11:04:37 by glinda a.k.a. ~pride~

edit @ 7 Feb 2010 11:10:32 by glinda a.k.a. ~pride~